ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

‘พล.อ.ประยุทธ์’ ลั่น “ขอให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้ง-ลดปัญหา จะได้มีเวลาคิดอะไรใหม่เพื่อคนไทย”

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 | 1 นาที 33 วินาที 121

ศรีสะเกษ - ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านอุ่มแสง หมู่ที่ 7 ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโรงอบเมล็ดพันธุ์ข้าวกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ชุมชนบ้านอุ่มแสง เป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่ประกาศจะยกระดับเป็นมหานครเกษตรอินทรีย์ศรีสะเกษ

 

ได้ก่อตั้งเมื่อปี 2547 เริ่มต้นมีสมาชิกรวมกลุ่มประมาณ 70 ครัวเรือน ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1,200 ครัวเรือน มีพื้นที่การผลิตมากกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุม 7 จังหวัดในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบพันธุ์พืชผักให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 10 ราย จากนั้น ได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีการผลิตพริกเพื่อการค้า จัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ระหว่างกลุ่มแปลงใหญ่พริกกับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด จัดทำบันทึกข้อตกลง MOU ระหว่าง YSF ศรีสะเกษ กับ ห้าง บิ๊กซี ศรีสะเกษ เยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานของ Young Smart Farmer จังหวัดศรีสะเกษ นิทรรศการเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเกษตร ของ Dopa เยี่ยมนิทรรศการนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ของบริษัท สยามคูโบต้า จำกัด นิทรรศการ Fair Trade ของผู้ค้าที่ไม่หวังผลกำไรตอบแทนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ตรวจเยี่ยมการบรรจุข้าวอินทรีย์ ชมนิทรรศการยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านกระเดาอุ่มแสง และเยี่ยมชมนิทรรศการพืชเศรษฐกิจใหม่ กาแฟศรีสะเกษ

 

โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายบุญมี สุระโคตร สว.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ นำคณะข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง สมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ จาก 22 อำเภอของ จ.ศรีสะเกษ และจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือทุกจังหวัด มาให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมาในครั้งนี้มาในนามของลูกอีสาน ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่มาให้การต้อนรับ ตนจะพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่างเพื่อให้คนไทยทุกคนมีความสุข หลายอย่างต้องปรับโครงสร้าง ซึ่งในการประชุมอาเซียนที่ผ่านมา สามารถผลักดันได้สำเร็จเพื่อประเทศไทยได้หลายเรื่อง โดย 15 ประเทศ จะลงนามร่วมกันในปีหน้า ถือว่าเป็นการเปิดตลาดขนาดใหญ่ที่น่าพอใจ

 

โดยขณะนี้เราได้มีการยกฐานะขึ้นเป็นผู้ให้แล้วไม่ใช่เป็นผู้ขอ เป็นระดับผู้ให้หลายโครงการที่ผ่านมามีสิทธิ์ใช้จ่ายเงินกองทุนช่วยประเทศอื่น เราเป็นประเทศที่มีฐานะการเงินแข็งแกรงมากที่สุดในอาเซียน ทุกคนไว้วางใจในระบบการเงินของเรา ซึ่งกองทุนสำรองระหว่างประเทศ 2 ล้านล้านดอลล่าห์สหรัฐ ถือว่าสูงระดับต้น ๆ ของโลก รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยวและบริการมากพอสมควร โครงสร้างอุตสาหกรรมต้องปรับทั้งหมด มันต้องมีอุตสาหกรรมใหม่ที่ส่งเสริมในอีอีซี 12 ประเภท ของเดิมมีอยู่ 5 เท่านั้น จะต้องส่งเสริมให้เกิดทั่วประเทศ

 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top