ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เก็บตก 'ชิมช้อปใช้' ยังไม่เต็ม 10 ล้านคน กทม.ใช้สิทธิ์มากสุด คลังปัดเอื้อนายทุนใหญ่

วันที่ 3 ตุลาคม 2562 | 6 นาที 28 วินาที 28,583

จากการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ 'ชิมช้อปใช้' เพื่อรับสิทธิ์ได้เงิน 1 พันบาท ผ่าน www.ชิมช้อปใช้.com เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุด วันที่ 3 ต.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 11 มีผู้ลงทะเบียนครบ 1 ล้านราย ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.15 น.หลังจาก 10 วันที่ผ่านมายังมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ประมาณวันละ 2 แสนบาท จึงยังไม่ครบ 10 ล้านตามเป้า โดยมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ย.นี้

 

ซึ่งจากผลตอบรับที่ดี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการชิมช้อปใช้เฟส 2 จะได้ข้อสรุปในช่วงสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ตอนนี้ทาง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)  ประเมินผลโครงการเฟสแรกอยู่เพื่อที่จะดำเนินการในเฟส 2 ต่อไป ส่วนจะมีการให้วงเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 1,000 บาท และให้กับผู้ลงทะเบียนเดิม 10 ล้านคน หรือ เปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มรอบใหม่ ยังไม่ได้ข้อสรุป

 

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ มีการใช้จ่ายช่วง 5 วันแรก คือวันที่ 27 ก.ย.-1ต.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนราย จาก 3 วันแรกที่ 3.7 แสนราย คิดเป็นวงเงิน ที่ 628 ล้านบาท จาก 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงการคลัง ที่ต้องการเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้ประชาชนปรับตัวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

 

โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดได้แก่ กรุงเทพมหานคร 87 ล้านบาท / อันดับ 2 ชลบุรี 48 ล้านบาท / อันดับ 3 สมุทรปราการ 29 ล้านบาท / อันดับ 4 ระยองและปทุมธานี 20 ล้านบาท

 

ส่วนกลุ่มผู้ใช้มากที่สุดยังเป็นกลุ่มวัยทำงาน ได้แก่ อันดับ 1 ช่วงอายุ 22-30 ปี 35% และช่วงอายุ 31-40 ปี 30% นอกจากนี้ยังมีผู้สูงอายุเกิน 100 ปีมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ชิมช้อปใช้ 5-6 ราย

 

ยืนยันว่า มาตรการชิมช้อปใช้ ไม่ได้เป็นการเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งจากยอดใช้จ่าย 628 ล้านบาท จากการเก็บข้อมูล เป็นการใช้กับร้านค้า ห้างขนาดใหญ่ แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายผ่านร้านค้าชุมชน เป็นผลมาจากการวางระบบ ที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถเปิดจุดชำระเงินได้ 20 จุด เพื่อต้องการให้คนไปใช้สิทธิ์กับร้านเล็ก ๆ มากขึ้น

 

ด้าน ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโสสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) กล่าวถึงโครงการชิมช้อปใช้ว่า พบปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น การยืนยันตัวตนที่ซับซ้อน ไม่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ

 

รวมถึงการหาร้านค้าที่มีระบุไว้ในแอปพลิเคชั่นเป๋าตังไม่ตรงกับพื้นที่จริง ทำให้ประชาชนที่รับสิทธิ์จะนำเงินไปใช้ในร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีแหล่งที่ตั้งชัดเจน และเปิดให้บริการเป็นเวลา เพราะสะดวกมากกว่า ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ ที่รัฐต้องการให้เม็ดเงินลงสู่ชุมชน ช่วยให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ 0.01% เท่านั้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H1kZwiaiMUU

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top