ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เปิดคลิปสุดท้ายก่อนดับ นศ.เทคนิคตายหมู่ 13 ศพ ญาติร้องระงมรับร่างกลับบ้านเกิด ชี้แรงเหวี่ยงเท่าตกตึก 19 ชั้น

วันที่ 30 กันยายน 2562 | 13 นาที 47 วินาที 323,714

จากกรณีรถกระบะของกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ มาฝึกงานที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งย่านบางพลี ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย (เป็นนักศึกษาฝึกงาน 9 ศพ/ คนงานของอู่ 4 ศพ ) บาดเจ็บ 5 ราย

 

เหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพ ขณะที่รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง เสียหลักพลิกคว่ำจากเลนขวาของถนน ก่อนพุ่งขึ้นฟุตบาทอัดเสาไฟฟ้า จนร่างของผู้โดยสารที่นั่งมาท้ายรถกระบะกระเด็นออกจากรถเสียชีวิตเกลื่อนถนน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนเกิดเหตุทางอู่ ภัทร บอดี้ เซอร์วิส ได้จัดงานเลี้ยงส่งให้กับนักศึกษากลุ่มนี้เนื่องจากฝึกงานเป็นวัดสุดท้าย โดยช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำทุกคนได้ดื่มเหล้าดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน กระทั่งช่วงดึกได้ชักชวนกันไปดูหมอลำซิ่งที่ซอยกิ่งแก้ว 2 หลังคอนเสิร์ตจบก่อนที่กลุ่มผู้ตายจะเดินทางกลับที่พักในซอยกิ่งแก้ว 22 ยังได้ถ่ายรูปนั่งและยืนอยู่ที่ท้ายรถกระบะส่งให้เพื่อนดูทางไลน์ โดยบอกว่า “กำลังกลับห้อง” ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้น

 

ด้านผู้จัดการอู่ให้ข้อมูลว่า นักศึกษามาฝึกงานเป็นเวลา 1 ปี  ได้เริ่มฝึกตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อเกิดเหตุทางอู่ได้จัดงานเลี้ยงส่งเพราะเป็นการฝึกงานวันสุดท้าย จากนั้นประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ หลังกินเลี้ยงเสร็จ กลุ่มนักศึกษาฝึกงานและคนงานของอู่ฯได้พากันไปดูหมอลำซิ่ง

 

เพราะหลังเลิกกินเลี้ยง ทางอู่ก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายไปนอน ซึ่งก็ไม่ทราบว่ากลุ่มนักศึกษาจะพากันไปต่อที่ไหนหรือไม่ หลังทราบเรื่องคนงานที่อู่ทุกคนช็อกมาก เพิ่งเลี้ยงส่งสังสรรค์กับน้องๆ สนุกสนานด้วยกัน ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงกลับกลายเป็นเรื่องเศร้า เสียใจไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับอู่ เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด มันเกิดขึ้นเร็วมาก เด็กเป็นวัยรุ่นเมาแล้วก็คงอยากไปต่อกระทั่งเกิดเหตุสลด

 

ผู้สื่อข่าวไปเจอนายนารากร สารสิน เป็นญาติของนายโกวิทย์ สิมลี อายุ 20 ปี นักศึกษาฝึกงานหนึ่งในผู้เสียชีวิต เล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนก็ไปดูหมอลำซิ่งเหมือนกันไปเจอหลานชายกับกลุ่มเพื่อน ๆ พากันดื่มเหล้าดื่มเบียร์เมามาย พากันเต้นอยู่หลังรถกระบะ หลังจบคอนเสิร์ตตนบอกให้หลานกลับบ้านแต่ไม่ยอมกลับ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวบริเวณหน้าร้านที่ตนทำงานอยู่ หากหลานชายยอมกลับตั้งแต่แรกคงไม่เกิดเหตุแบบนี้

 

พร้อมกันนี้มีเพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน อินดี้ ได้ออกมาเผยภาพคลิปสุดท้ายของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่ดื่มเบียร์และกินหมูกระทะฉลองกัน โดยบางคนมีท่าทางเมาสุราอย่างเห็นได้ชัด และมีเสียงในคลิปพูดว่า "เมาแล้ว เหล้าหมดแล้ว ถือแก้วรอเลย ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว

 

ส่วนที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ  เพื่อนและญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาจากต่างจังหวัด ติดต่อขอรับศพกลับบ้านเกิดที่ จ.ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ยโสธร เพื่อทำพิธีตามศาสนา บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า บรรดาเพื่อน ๆ  ต่างพากันมายืนอยู่ด้านหน้าห้องเก็บศพ กอดคอร้องไห้ระงมด้วยความเสียใจ ยืนรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนร่างผู้ตายออกจากห้องเก็บศพขึ้นรถกู้ภัยครบทั้ง 13 ศพ  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง เป็นผู้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับภูมิลำเนาให้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

ขณะที่นายชาติชาย อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นครอบครัวละ 3 พันบาท ทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมด พร้อมทั้งกำชับพนักงานสอบสวนเร่งทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

 

ด้านสำนักงานคณะกรรมการการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า รถที่ประสบเหตุไม่มีประกัน เบื้องต้น คปภ. จะจ่ายเงินสินไหมค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้บาดเจ็บรายละไม่เกิน 30,000 บาท และจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้เสียชีวิตเป็นค่าทำศพรายละ 35,000 บาท 

 

ขณะที่พนักงานสอบสวน คาดเมาขับรถเร็ว ยังระบุไม่ได้ว่าขับด้วยความเร็วเท่าไหร่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เรียกโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบสวน หลังให้ข้อมูลว่าเห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับด้วยความเร็วออกมาจากซอยกิ่งแก้ว 2  แล้วได้ขับแข่งกับรถกระบะแต่งซิ่งอีกคันมาด้วยความเร็ว จนกระทั่งถึงที่เกิดเหตุรถผู้ตายขับมาทางเลนขวา จู่ ๆ ได้หักเข้ามาเลนกลางกะทันหันทำให้เสียหลักพลิกคว่ำ

 

พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.บางแก้ว  ระบุว่า ผู้รับบาดเจ็บทั้งหมดอาการสาหัสรวมถึงคนขับรถกระบะด้วยยังให้การไม่ได้ ตนสั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีการขับรถแข่งกันก่อนจะประสบเหตุหรือไม่ พร้อมทั้งได้เชิญพยานบุคคลเข้ามาสอบสวน ทั้งนี้ได้ประสานแพทย์ขอให้มีการตรวจวัดปริมาณแอกอล์ฮอล์ในเลือดของคนขับรถกระบะอยู่ระหว่างรอผล จนท.กำลังรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่สรุปสาเหตุ

 

ด้านวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้นักศึกษาทั้งหมดไว้ก่อนที่จะเดินทางไปฝึกงาน โดยมีทุนประกันรายละ 1 แสนบาท ในส่วนของการประกันภัยภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินสินไหมทดแทนรายละ 3 แสนบาท และวิทยาลัยจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการเยียวยา ส่วนวิทยาลัย มีเงินช่วยเหลือการจัดการงานศพรายละ 1 หมื่นบาท

 

ขณะที่ นพ.ธนพงษ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปภ.) วิเคราะห์ความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่า หากตรวจสอบจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กันจะพบว่า รถกระบะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงน่าจะเกือบ 120 กม./ชั่วโมง แถมยังแซงในระยะกระชั้นชิด ทำให้แรงเหวี่ยงคนที่อยู่ท้าย มีความแรงเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก

 

ซึ่งการนั่งท้ายกระบะมีความเสี่ยงมากกว่าปกติยู่แล้ว เพราะรถมีโอกาสพลิกคว่ำมากจากจุดศูนย์ถ่วงที่เพิ่มมากขึ้น ยิ่งเมื่อวิ่งมาด้วยความเร็วสูง และมีคนนั่งท้ายกระบะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ และทำให้เกิดการสูญเสียมากกว่าปกติ 

 

หากเทียบอัตราความเร็วที่ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงเปรียบเทียบกับการตกตึก จะพบว่า หากวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 5 ชั้น แต่ถ้าวิ่งมาด้วยความเร็ว 80  กม./ชม. แรงเหวี่ยงจะเท่ากับตกตึก 8 ชั้น แต่หากวิ่งมาด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. แรงเหวี่ยง จะเท่ากับตกตึก 19 ชั้น ดังนั้น ความสูญเสียจากกรณีกระบะบรรทุกนักศึกษานั่งท้ายที่สมุทรปราการ จึงมีอัตราความสูญเสียสูง เนื่องจากมีแรงเหวี่ยงเท่ากับตกตึกถึง 19 ชั้น

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cdPEff9rqMc

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top