ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ส่องบัญชีเจ้าของแหลมเกต จาก 50 ล้านเหลือแค่ 90 บาท เหยื่อโวยซื้อวอชเชอร์ไปขายต่อ เสียหาย 2 แสน

วันที่ 12 กันยายน 2562 | 5 นาที 8 วินาที 1,284

ความคืบหน้ากรณีที่ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ ปคบ. จับกุมนายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ กรรมการบริษัทแหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของร้านอาหารแหลมเกต ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากการหลอกขายบัตรรับประทานบุฟเฟ่อาหารทะเลในราคาถูก แต่ผู้ซื้อไม่สามารถไปรับประทานได้จริง

 

พลตำรวจศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการ ปคบ. ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ขอศาลอนุมัติหมายจับกรรมการบริษัทแหลมเกต เพิ่มเติมอีก 1 คน และอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามจับกุมตัว ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้ ส่วนการสอบปากคำนายอพิชาต ยังคงให้การปฏิเสธ

 

ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าบริษัทแหลมเกต ได้จ้างบริษัทคอลเซนเตอร์และบริษัทสื่อออนไลน์ในการขายบัตรรับประทานอาหารโปรโมชั่นราคาถูก รวม 57 โปรโมชั่น มีผู้ซื้อบัตรดังกล่าวรวมกว่า 22,000 คน หรือกว่า 370,000 ที่นั่ง รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยมีผู้เสียหายที่ใช้บัตรดังกล่าวไม่ได้ เข้าแจ้งความกับ ปคบ. แล้ว 626 คน มูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท

 

ตำรวจจะเร่งสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้แล้วเสร็จภายในฝากขังผู้ต้องหา 4 ผัด และหากผู้เสียหายคนใดที่ยังไม่เข้าแจ้งความ สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ปคบ.ได้ โดยตำรวจจะสอบปากคำและนำไปต่อท้ายสำนวนคดีเดิม

 

ส่วนเรื่องการนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายนั้น จากการตรวจสอบบัญชีของผู้ต้องหาพบว่ามีเงินเข้าบัญชีกว่า 50 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 90 บาท ดังนั้นตำรวจจึงได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของนายอพิชาต เพื่ออายัดทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

 

ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นลักษณะเงินที่ถอนออกจากบัญชีเพื่อไปจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมส่วนตัว เดือนละ 50,000 บาท ค่าบ้าน ค่ารถ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงค่าจ้างพนักงานและการบริหารร้านอาหาร แต่ยังไม่พบเส้นทางการโอนเงินออกนอกประเทศ

 

ขณะที่นางชลทิชา วงศ์อารี ตัวแทนผู้เสียหาย ระบุว่า หลงเชื่อซื้อบัตรรับประทานอาหารดังกล่าว เนื่องจากเห็นชื่อร้านดูน่าเชื่อถือ มีโฆษณาในสื่อออนไลน์หลายแห่ง และมีดาราคนดังมาใช้บริการร้านดังกล่าว จึงตัดสินใจซื้อบัตรไปกว่า 2,500 ใบ ราคา 250,000 บาท เพื่อนำไปขายต่อ โดยลูกค้าที่ซื้อบัตรไป สามารถนำไปใช้ได้จริงเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่สามารถโทรจองคิวได้ โดยร้านอ้างว่าคิวเต็ม หรือติดต่อคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ และลูกค้าก็ไม่สามารถจองหน้าร้านได้ด้วย

 

ซึ่งหลังจากทราบข่าวก็ได้ประสานลูกค้าขอซื้อบัตรรับประทานอาหารคืน และเข้าแจ้งความกับตำรวจ อย่างไรก็ตาม นอกจากผู้เสียหายที่ซื้อบัตรรับประทานอาหารแล้ว ยังมีผู้เสียหายที่เป็นผู้ขายวัตถุดิบให้กับนายอพิชาต อาทิ ปลากะพง ปลาหมึก ปู กุ้ง และภาชนะชานอ้อย แต่เมื่อส่งวัตถุดิบให้ กลับถูกจ่ายเช็คเด้ง มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจะแยกฟ้องเป็นคดีเช็คเด้งอีก 1 คดี

ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/GDCErrel74k

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top