ค้นหา :

“CR-V Reach Out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ” สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้งไทย กัมพูชา และลาว กว่า 1,200 กิโลเมตร

วันที่ 12 มีนาคม 2561 | 0 นาที 0 วินาที 129,302

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่น 5 ยนตรกรรมเอสยูวีที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยยอดขายตลอด 10 เดือนกว่า 11,000 คัน จึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม 2561
 
 
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการนำลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชีวิตอันงดงามของชุมชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงกิจกรรมสนุกสนานและแขกรับเชิญสุดพิเศษ 
 
เราเริ่มต้นการเดินทางในแบบคาราวานครั้งนี้จากศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า บางชัน กรุงเทพมหานคร โดยมีรถในขบวนทั้งสิ้น 23 คัน ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ซึ่งมีทั้งรถของลูกค้าผู้โชคดีที่ส่งรูปถ่ายกับรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ส่งเข้าประกวด และรถของสื่อมวลชน  โดยเรามุ่งตรงสู่จังหวัดสระแก้ว จากนั้นก็เข้าสู่เขตประเทศกัมพูชาผ่านด่านพรมแดนคลองลึก และเดินทางต่อไปยังจุดหมายแรกก็คือที่ปราสาทนครวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเสียมราฐ 
 
 
 
 
ระหว่างเดินทาง เราก็สัมผัสได้ถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางของฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ โดยในคาราวานของเรานั้น ก็มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ซึ่งมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ และยังเอาใจคนรักพลังงานทางเลือกด้วยการรองรับเชื้อเพลิง E85 อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อมองหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้อย่างครบครัน อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และมาตรฐานความปลอดภัยที่บอกได้เลยว่าล้ำสมัยสุดๆ

 


 
ในที่สุดเราก็มาถึงปราสาทนครวัด ที่นี่เราได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของบริเวณตัวปราสาท ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทเขมร ที่นี่สร้างขึ้นกลางพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นเทวสถานที่เดิมสร้างขึ้นถวายพระวิษณุในศาสนาฮินดู และต่อมากลายเป็นโบราณสถานในศาสนาพุทธ มีลักษณะที่อ้างอิงตามคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล และมีงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่องรามายณะบนกำแพงชั้นนอกปราสาทระยะทางยาวกว่า 800 เมตร ที่นี่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) อีกด้วย
 
เช้าวันต่อมาเราเดินทางไปทางทิศเหนือของปราสาทนครวัด เพื่อไปยังอีกหนึ่งพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กันคือ “นครธม” เมืองโบราณที่มีอาณาเขตขนาด 9 ตารางกิโลเมตร สถาปนาขึ้นในสมัยคริสตศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า “ปราสาทบายน” และมีสิ่งก่อสร้างจำพวกปราสาท รวมถึงสถาปัตยกรรมขอมตั้งอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก นครธมมีประตูทางเข้า 5 ประตูใน 4 ทิศ มีซุ้มประตูที่มีรูปสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 ด้าน และการสร้างเมืองนครธมนี้เองก็ถือเป็นจุดรุ่งเรืองสูงสุดของอาณาจักรขอมด้วย
 


 
เมื่อเราออกจากนครธมและจังหวัดเสียมราฐ เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักในจังหวัดสตรึงเตง ระหว่างนั้นก็ได้เยี่ยมชมพีระมิดขอมเกาะแกร์ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็คือปราสาทขอมรูปทรงคล้ายพีระมิด ซึ่งถูกรายล้อมด้วยซากปรักหักพังของปราสาทและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ มากมายที่พังถล่มอยู่โดยรอบ ที่นี่เคยเป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรขอมที่ถูกสร้างนอกเมืองเสียมเรียบ ก่อนจะถูกทิ้งร้างจนพื้นที่ที่โอบล้อมอยู่มีลักษณะเป็นป่า ลักษณะตัวพีระมิดเป็นหินซ้อนกันเป็นขั้นๆ และปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวใช้บันไดด้านข้างเดินขึ้นไปถึงด้านบน และบนยอดยังเป็นที่ตั้งของศิวลึงค์และฐานสี่เหลี่ยมตามความเชื่อของชาวฮินดู 
 
 
ซึ่งแม้เราจะตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นเบื้องหน้า แต่การเดินทางของเราต่อจากนี้ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเส้นทางช่วงออกจากตัวปราสาทนั้นมีสภาพที่เป็นดินลูกรังทำให้การขับขี่ยากกว่าปกติ แต่ด้วยรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS ทำให้นั่งแล้วไม่รู้สึกว่ารถเด้ง หรือโยนตัวบ่อย เมื่อผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยทราย หรือเส้นทางที่ถนนไม่เรียบนัก ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย และสบายใจได้ตลอดเส้นทาง
 
 
วันที่สามของกิจกรรม เราเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าสู่แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว ที่นี่เราเริ่มแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอินโดจีน ได้รับฉายาว่าเป็น “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย” เป็นน้ำตกหลายชั้นที่ตั้งอยู่บนแก่งหินขนาดใหญ่ ขวางกั้นเส้นทางการไหลของแม่น้ำโขงทั้งสาย และรับน้ำมาจากแม่น้ำโขงตอนล่าง มีความสูงราว 69 ฟุค สูง 21 เมตร ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหายากหลายชนิด อาทิ ปลาค้อคอนพะเพ็ง หรือโลมาหัวบาตร เป็นต้น
 
 
ช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่ปราสาทหินวัดพู ซึ่งแม้จะเป็นเส้นทางไกลและบางช่วงก็ต้องพบกับฝุ่นและสภาพเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวยนัก แต่ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และแอร์ที่เย็นฉ่ำทั้งด้านหน้าและหลังรถ ก็ทำให้คณะของเราเดินทางได้อย่างเพลิดเพลินมากขึ้น
 
ปราสาทหินวัดพูนั้นนอกจากจะเป็นโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกอีกแห่งหนึ่ง และเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของ สปป.ลาวแล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ผ่านยุคของอาณาจักรโบราณถึง 3 อาณาจักร ทั้งเจนละ, ขอม และล้านช้าง เดิมเป็นโบสถ์พราหมณ์ที่สร้างถวายพระศิวะและตั้งอยู่บนเนินเขาภู และถูกเปลี่ยนเป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนานิกายเถรวาท ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเทวสถานขอมและสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน
 
 
วันสุดท้ายในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ในช่วงเช้าเราไปรับไออุ่นจากกาแฟหอมกรุ่น พร้อมชมต้นกำเนิดของกาแฟที่มีชื่อเสียงจากไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ พื้นที่ปลูกกาแฟผืนใหญ่สุดในแถบเอเชีย นอกจากนี้ เมืองปากซองยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงกาแฟของประเทศลาว มีผลผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก 
 
 
จากนั้นห่างไปไม่ไกลก็จะถึงน้ำตกตาดเยือง ซึ่งมีจุดเด่นที่มีสายน้ำที่ไหลเอื่อย ก่อนตกลงมาจากหน้าผากระทบหินและแผ่นดินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองสีขาวสวยงาม และยังมีจุดชมวิวที่เราสามารถไปสัมผัสสายลมและละอองน้ำที่แสนเย็นสบาย ปิดท้ายการเดินทางที่น้ำตกตาดฟาน ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดใน สปป.ลาว มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขาด้วยความสูงกว่า 120 เมตร และโดยรอบก็ยังเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย จากนั้นเราจึงยกพลเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี
 
 
 
ตลอดการเดินทาง เราพบว่าฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะมีผู้ที่ใช้เครื่องดีเซลที่ร่วมเดินทางไปกับเราทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 22 กม./ลิตร และยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบแม้จะเป็นเส้นทางที่ท้าทายและทรหดเพียงใดก็ตาม
 
นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางยังมีกิจกรรมและความบันเทิงที่ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดมาให้ผู้ร่วมทริปอย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า เปิดจินตนาการให้แก่ผู้ร่วมทริปได้ออกเดินทางไปบนเส้นทางแห่งจินตนาการ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง
 
 

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

Top