ค้นหา :

ผลการค้นหา "แถลงข่าว"

สังคม-อาชญากรรม
08 ส.ค. 62

ผบ.ตร. เผยคดีบึ้มป่วนกรุง พบ 2 มือวางเคยโจมตีฐานนาวิกฯ ชายแดนใต้ คาดคนร้ายมีมากกว่า 15 คน รับทำคดียาก

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำแถลงภาพรวมคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบ 2 ผู้ต้องหาเอี่ยวโจมตีฐานปฏิบัติการนาวิกโยธินในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับทำคดียาก    วันที่ 8 ส.ค. พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำทีมสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าภาพรวมของคดี โดยกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงจะกระทบรูปคดี และส่งผลให้คนร้ายไหวตัวหลบหนี พร้อมขอให้ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าใจถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่   ซึ่งหลังเกิดเหตุไม่ถึง 10 ชั่วโมง สามารถจับผู้ต้องหาได้ทันที 2 คน คือ นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี ทำหน้าที่วางระเบิด และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ทำหน้าที่ ดูต้นทางและคุ้มกัน โดยจับได้ที่จุดตรวจปฐมพร จังหวัดชุมพร เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร / มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง และพยายามฆ่า    ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้งสองคน เบื้องต้นให้การที่เป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยระบุได้เพียงว่า อยู่ในระดับปฏิบัติการ และมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จากการเตรียมชุดมาเปลี่ยนถึง 5 ชุดหลังก่อเหตุ ขณะที่แผนประทุษกรรม และความเชื่อมโยงของระเบิดแต่ละจุด มองว่าไม่ประสงค์ถึงแก่ชีวิต   อีกทั้งจากการตรวจสอบ พบเคยมีประวัติเคยร่วมก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธิน ที่จังหวัดนราวาส เมื่อปี 2556 ส่วนประเด็นการจัดหาและจุดประกอบระเบิด มีความเป็นไปได้ ทั้งการนำมาจากพื้นที่ภาคใต้ หรือมาจัดหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร    โดยยังไม่สารภาพถึงผลตอบแทนที่ได้รับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังมองว่า เหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ร้อยละ 80-90 เป็นระเบิดทางการเมือง แต่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ พบว่า มีการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน จึงยากที่จะทราบถึงจุดประสงค์ที่แท้จริง และกลุ่มใดอยู่เบื้องหลัง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีกลุ่มไหนออกมายอมรับ หรือประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ    ด้านพลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่การพบระเบิดด้านหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ลูก ช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม จนช่วงเช้าวันที่ 2 สิงหาคม เกิดเหตุระเบิดที่ทางเข้า-ออกศูนย์ราชการอาคาร B 2 ครั้ง / หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย 1 ครั้ง / หน้าอาคารมหานคร 2 ครั้ง / หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 ครั้ง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่ตรวจเก็บได้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง มีลักษณะการประกอบระเบิดลักษณะเดียวกัน    ส่วนเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าย่านประตูน้ำ 4 จุด และร้านค้าย่านสยามปทุมวัน อีกจำนวนหนึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่องเพลิง ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนเหตุทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน พร้อมเชื่อว่าขบวนการที่ก่อเหตุนี้ สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก คือกลุ่มคนกำหนดยุทธศาสตร์ / กลุ่มคนวางแผน สั่งการ กำหนดขั้นตอน วิธีการปฏิบัติ การสรรหาคน / กลุ่มคนช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งก่อน-ขณะหลังเกิดเหตุ และกลุ่มผู้ลงมือปฏิบัติซึ่งการสืบสวน ต้องครอบคลุมไปทุกกลุ่ม   โดยเจ้าหน้าที่มีการพูดคุยซักถามนับร้อยคน และมีการควบคุมตัวได้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เบื้องต้นที่จับได้ 2 คน เป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติ จากที่สืบทราบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 15 คน พร้อมยอมรับบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้    ส่วนแรงจูงใจ ยังเปิดเผยไม่ได้ เพียงรับฟังจากมุมมองของระดับปฏิบัติเท่านั้น แต่อาจไม่เข้าถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคนกำหนดยุทธศาสตร์ แต่ยืนยันได้ว่าตำรวจมีพยานหลักฐาน หลายอย่างประกอบ ยืนยันตัวผู้กระทำผิด ขณะเดียวกันยังยอมรับ มีผู้ต้องหาบางส่วนเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ซึ่งจะต้องประสานหน่วยที่เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนต่อไป         ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'บิ๊กป้อม' รับเรื่องระเบิด การข่าวพลาดท่าเสียทีเป็น 10 ปี ที่ไม่มีแหล่งข้อมูลสำคัญ กระทบงานความมั่นคง 

 2,005
สังคม-อาชญากรรม
07 ส.ค. 62

พรุ่งนี้!! ผบ.ตร. เตรียมแถลงภาพรวม-ความคืบหน้า คดีระเบิดป่วนกรุง

คณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดฯ เผย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมแถลงภาพรวมคดีระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้    วันที่ 7 ส.ค. พลตำรวจโทไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์โดยยืนยันว่า วันพรุ่งนี้ (8 ส.ค. 62) พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะแถลงชี้แจงภาพรวมเหตุการณ์ และความคืบหน้าของคดีระเบิดทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น   ส่วนจะมีการแถลงหรือชี้แจงเรื่องใดบ้าง ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ย้ำว่าคดีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคง มีความมุ่งมั่นตั้งใจคลี่คลายคดีนี้อย่างเต็มที่       ขอบคุณภาพ : มติชน,จส.100       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ เหตุระเบิดป่วนกรุง 5 จุด เชื่อหวังสร้างสถานการณ์  - รองผบ.ตร. เผย ยังไม่ชี้เป็นเหตุป่วนเมือง เร่งประชุมทีมเฉพาะกิจ - นายกฯ สั่งเร่งสอบระเบิด เพิ่มความปลอดภัย ทำเนียบฯ-สถานที่สำคัญ - 'บิ๊กป้อม' เชื่อระเบิดป่วนกรุงโยงชายแดนใต้ - ผบ.ทบ.ชี้กลุ่มเดิมๆไม่ยอมรับกติกา หวังดิสเครดิตรัฐบาล    

 761
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 62

คืบหน้า จับ “ปุ๊กกี้-แฟนหนุ่ม” ปส.สอบ เตรียมตั้งข้อหาผลิตยาเค ร่วมแก๊งยานรกไต้หวัน

วานนี้ (17 มิถุนายน 2562) ปป.6 สปป. ร่วมกับ ปป.13 และชุดปฏิบัติการ AITF ประกอบด้วย บก.ปส.3 บช.ปส. (นปส.สุวรรณภูมิ) ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 สำนักสืบสวนปราบปราม เข้าจับกุม MR.HUNG CHENG YI สัญชาติไต้หวัน อายุ 28 ปี ได้ที่ โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง พร้อมของกลางเคตามีน น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 5,170 กรัม บรรจุอยู่ในถุงใส ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ จำนวน 39 ชิ้น ใส่กล่องกระดาษ    ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้น ที่บ้านพักเลขที่ 18/118 หมู่บ้านหมู่บ้านเดอะเทอเรส ซอยรามอินทรา 65 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร สามารถจับกุม นายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี พร้อม น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง ตรวจค้น พบของกลางยาเสพติด ไอซ์ จำนวน 98.3 กรัม , ยาบ้า 8 เม็ด , ยาอี 10 เม็ด เคตามีน 4 กรัม , กัญชาแห้ง 40 กรัม และสารเคมีหลายชนิด พร้อมกับอุปกรณ์ที่เชื่อว่าใช้ผลิตยาเสพติด และตรวจยึดทรัพย์สิน จำนวน 9 รายการ    การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบทราบว่า มีชาวไต้หวัน 2 คน จะเดินทางจากไต้หวัน เข้ามายังกรุงเทพฯ ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเข้ามารับยาเคตามีน ตั้งแต่วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของบุคคลทั้ง 2 จนกระทั่ง ชายไต้หวัน 1 คน ถูกกดดันอย่างหนัก จึงเดินทางกลับไปไต้หวัน เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่วน MR.HUNG CHENG YI ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้ไปเปิดโรงแรม เพื่อรอรับยาเค ตามีน ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ มีความพยายาม เปลี่ยนที่พักเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อยู่บ่อยครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบแน่ชัดว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดกระบัง และพบข้อมูลว่าเตรียมเดินทางกลับไต้หวัน ในเช้าวันนี้ (18 มิ.ย. 62) เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าจับกุม และตรวจค้นพบของกลางยาเคตามีน ซุกซ่อนอยู่ในที่เขี่ยบุหรี่ จำนวน 5 กิโลกรัม สอบสวน MR.HUNG CHENG YI ให้การรับสารภาพ ว่ามีนายทุนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน และให้การซัดทอดไปยัง นายชลวิทย์ แฟนของปุ๊กกี้ ว่าเป็นคนขับรถยนต์ นำยาเคตามีน มาส่งมอบให้ที่โรงแรม ย่านลาดกระบัง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังติดตาม เข้าตรวจค้นบ้านพักนายชลวิทย์ โดยขณะเข้าตรวจค้นพบ ปุ๊กกี้ อยู่ในสภาพคล้ายคนเสพยาเสพติดอย่างหนัก ร่างกายซูบผอม ไม่หลงเหลือความเป็นปุ๊กกี้ ที่เคยเป็นสาวอวบ    รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่พบข้อมูล แฟนของปุ๊กกี้ มีการติดต่อซื้อขายยาเคตามีน กับชาวต่างชาติ รวมทั้งจำหน่ายยาเสพติด ให้กับนักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะขยายผลว่ายาเคตามีน ล็อตนี้มาจากไหน รวมทั้งประสานไปยังทางการไต้หวัน เพื่อหาตัวนายทุน และผู้ต้องสงสัย ที่เดินทางกลับไปไต้หวันไปแล้วก่อนหน้านี้ นำมาดำเนินคดีตามกฎหมาย    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า MR.HUNG CHENG YI ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่โรงแรม ย่านลาดกระบัง ให้ช่วยนำส่งพัสดุ ซึ่งเป็นที่เขี่ยบุหรี่ ทำจากเซรามิก ให้ส่งไปยังไต้หวัน ส่วนแฟนปุ๊กกี้ ได้อยู่กินแบบสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และมีลูกด้วยกัน 1 คน สำหรับยาเคตามีน เป็นที่นิยมในหมู่นักเสพยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด ชาวไต้หวัน เนื่องจากยาเคตามีน ที่จับได้มีคุณภาพดี สามารถนำไปผสมเพื่อเพิ่มปริมาณในการจำหน่ายสำหรับราคาตามแนวชายแดนจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 90,000 - 100,000 บาท ส่วนราคาในกรุงเทพฯ กิโลกรัมละ 120,000 - 150,000 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาไอซ์ และที่สำคัญเป็นยาเสพติด ประเภท2 มีอัตราโทษน้อยกว่ายาเสพติดประเภท 1 จึงเป็นที่นิยมของนักเสพยาเสพติด และผู้ค้าเสพติด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำตัว ปุ๊กกี้ พร้อมพวก รวม 3 คน คุมตัวไว้ที่เซฟเฮาส์ย่านสาทร เพื่อสอบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการ         

 8,807
ข่าวต่างประเทศ
18 มิ.ย. 62

ทีมงานนายกฯปากีสถาน ไลฟ์สดแถลงข่าว หูแมวโผล่บนหน้าสุดคิ้วท์

โลกโซเชียลฮือฮา สุดน่ารัก เมื่อทีมงานนายกรัฐมนตรีของปากีสถานไลฟ์สดแถลงข่าว แต่ลืมถอดฟิลเตอร์หูแมวออก ทำไม่มีใครสนใจประเด็นที่แถลง กลายเป็นแคปหน้าจอแชร์กันสนั่นโซเชียล  

 1,919
ครอบครัวบันเทิง
25 ก.พ. 62

‘ป๊อป ปองกูล’ ตั้งโต๊ะแถลงเผย “หัวใจแตกสลาย ยอมรับผลที่จะตามมา” ขอสังคมให้โอกาสฝ่ายหญิง

หลังจากเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 62 ‘ป๊อบ ปองกูล’ เข้าวิวาห์กับแฟนสาวนอกวงการ ‘ปลา’ ซึ่งต่อมาแฮ็ชแท็ก #ป๊อบปองกูล ได้ขึ้นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ เพราะต่างสงสัยว่าเจ้าสาวที่ป๊อบแต่งงานด้วยไม่ใช่ ‘โบว์’ หญิงสาวอีกคน ซึ่งเป็นแฟนของป๊อบและยังเปิดธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน   ล่าสุด ‘ป๊อบ ปองกูล’ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจถึงเหตุคบซ้อน ปลา-โบว์ 10ปี ที่สตูดิโอ Star Hollywood ยอมรับว่า ตนคบกับผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน โดยเริ่มขึ้นจากเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในขณะที่ตนคบกับ 'คุณปลา' ได้ 4 ปี ตนเคยขอแต่งงาน แต่ฝ่ายหญิงไม่พร้อม และฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายบอกให้ตนเปิดใจดูใครไว้บ้าง ตนจึงได้เริ่มต้นกับ 'คุณโบว์' โดยทั้งสองฝ่ายไม่รู้เรื่องมาก่อน     "จนถึงวันนี้ผมพยายามที่จะหาทางออกเรื่องนี้ โดยเลือกที่จะพูดความจริงออกไป แต่ผมขี้ขลาดเกินไป จนผมก็หลงทางหาทางออกไม่เรื่องนี้ไม่ได้"   "ผมสร้างโลกสองใบ สำหรับผู้หญิงสองคน เขาทั้งสองคนดำเนินชีวิตแบบคู่รักที่ดีทั้งคู่"  ป๊อป ปองกูล กล่าว   นักร้องดัง กล่าวอีกว่า ตนไม่กล้าบอกความจริงกับ 'คุณโบว์'  เพราะกลัวฝ่ายหญิงจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งนั่นคือความคิดของตนเองในเวลานั้น แต่สุดท้ายเรื่องมันก็เกิดขึ้น 'คุณโบว์' ได้ถามตนเองว่า "พี่ปลาเขาไม่รู้เลยหรือ" ส่วนตัวคิดว่า 'คุณปลา' คงพอรู้บ้าง เพราะข่าวเรื่องตนกับ 'คุณโบว์' ออกมาอยู่ตลอด แต่ 'คุณปลา' ก็เชื่อใจมากกว่า 'คุณโบว์' เองก็เช่นกัน   วันนี้ตนอยากขอย้ำว่าความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากตนคนเดียว ตนเป็นคนโกหก ตนคิดเสมอว่าจะบอกกับเขา แต่ใจไม่แข็งพอที่บอกความจริงกับผู้หญิงทั้งคู่ แต่ตอนนี้ตนได้ไปคุยกับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายแล้ว และเขาก็เข้าใจ   "ผมคุยกับครอบครัวของโบว์ ครอบครัวของโบว์พูดกับผมดีมาก เขาเสียใจและไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วผมก็ได้ไปคุยกับโบว์ ผมก็พบว่าเค้าแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ และผมตัดสินใจแล้วว่าจะลดความสัมพันธ์ลงมาเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานต่อที่ดีกัน" นักร้องดัง กล่าว   เมื่อนักข่าวถามว่า ในวันแต่งงาน 'ป๊อป ปองกูล' มีสีหน้าที่ดูกังวล   ป๊อป ปองกูล กล่าวว่า “ผมกังวลจริง เพราะผมกำลังโกหกอยู่”   เมื่อนักข่าวถามว่า เหตุใดจึงแต่งงานกับ 'คุณปลา' ในวันนั้น   "ผมแต่งงานเพราะ ผมคิดว่าผมต้องไม่เสียปลาไป"    และเมื่อนักข่าวถามอีกว่า เหตุใดจึงเลือกที่จะแต่งงานกับอีกคน และเลิกกับอีกคน   "ผมไม่ได้เลือกหนึ่งคนและทิ้งอีกคนหนึ่ง ผมแต่แก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ จนปล่อยเรื่องมันเกิดขึ้นมาแบบนี้"   "ช่วงนี้เป็นช่วงที่หัวใจผมแตกสลายไม่มีสมองไปคิดเรื่องงานในอนาคต ผมสำนึกผิด หากอะไรจะเกิดขึ้น ผมยอมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมา" ป๊อป ปองกูลบรรยายถึงความรู้สึกตัวเอง และกล่าวอีกว่า ตนอยากขอร้องให้สังคมให้โอกาสปลากับโบว์ ให้ใช้ชีวิตต่อแบบปกติสุข   "ผมขอโทษแฟนเพลง ผมเสียใจในกระทำของตัวเอง ผมยินดีที่เราได้รู้จักกัน"   เมื่อนักข่าวถามว่า ที่มีแหล่งข่าววงในต่างๆออกมาพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ เป็นความจริงหรือไม่   "เรื่องที่เกิดขึ้นมีเพื่อนสนิทจริงๆ ซึ่งน้อยมาที่จะรู้ความจริงเรื่องนี้ ไม่มีวงในที่ไหนแน่นอน" นักร้องดัง กล่าว

 12,383
ข่าวกีฬา
08 พ.ค. 61

'มาร์ค วิลเลี่ยม' คนจริง! แก้ผ้าแถลงข่าวตามสัญญา หลังคว้าแชมป์สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก

ผลสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2018 ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ รอบชิงชนะเลิศมาร์ค วิลเลี่ยม หลังจากที่ 2 ช่วงแรกขึ้นนำจอห์น ฮิกกินส์อยู่ 10-7 เฟรม ก่อนกลับมาแข่งในช่วงสุดท้ายสามารถเฉือนเอาชนะฮิกกิส์ไปได้อย่างสนุก 18-16 เฟรม    แมตช์นี้มาร์ค วิลเลี่ยม ขึ้นนำ 14-11 เฟรม ก่อนที่ฮิกกินส์จะเร่งเครื่องและตีเสมอเป็น 15-15 เฟรม แต่สุดท้ายเป็นมาร์ค วิลเลี่ยมที่เฉือนเอาชนะไปได้ ถือเป็นคู่ชิงชนะเลิศที่เล่นกันได้สูสีที่สุดในรอบ 13 ปี   มาร์ค วิลเลี่ยม วัย 43 ปี กลายเป็นนักสอยคิวที่อายุมากที่สุดที่ได้แชมป์โลก และเป็นสมัยที่ 3 ของเจ้าตัวด้วย ซึ่งหลังจบเกมเขาก็ได้ทำตามสัญญาที่เคยพูดไว้ก่อนแข่ง ว่าหากชนะจะแก้ผ้าแถลงข่าว ซึ่งเขาก็ทำตามที่พูดไว้ เรียกเสียงฮือฮา และรอยยิ้มจากนักข่าวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว  

 9,792
ครอบครัวบันเทิง
08 ก.พ. 61

ช่อง 3 ยกทัพนักแสดงแถลงข่าวงานบอล ครบรอบ 48 ปี 'we will love you' จับสลากแบ่งทีมสุดฮา

ช่อง 3 ยกทัพนักแสดง แถลงข่าวงานมหกรรมความบันเทิงฟุตบอลประเพณี ครบรอบ 48 ปี ไทยทีวีสีช่อง 3 'We Will Love You' ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยในงานมีการจับสลากแบ่งทีมฟุตบอลระหว่าง สีฟ้า และสีเหลือง ทั้งนี้ งานฟุตบอลประเพณีจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 มี.ค.2561 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก และจะมีการแจกบัตรเข้างานฟรี        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EbNiyXfe1qU    

 7,350
สังคม-อาชญากรรม
23 มิ.ย. 60

ผบ.ตร.คุมเข้มสั่งห้ามนำตัวผู้ต้องหาแถลงข่าว-บันทึกภาพ ฝ่าฝืนถูกฟันวินัยร้ายแรง

              เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีวิทยุในราชการ ศปก.ตร.ด่วนที่สุด  เกี่ยวกับการแถลงข่าว การให้ข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชนและการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์                 โดยระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมาปรากฏมีการให้ข่าว ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ ตร. ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงกำชับ ห้ามนำ จัดให้ หรือยินยอมให้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการควบคุมของตำรวจ มาให้ข่าว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทุกแขนง โดยเด็ดขาดในทุกกรณี ห้ามจัดให้ ยินยอม หหรืออนุญาตให้บุคคลใด บันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะอยู่ร่วมกับผู้ต้องหา (เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่)                 ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ แสดงกริยาอาการในลักษณะที่อาจทำให้บุคคลอื่นเข้าใจในทำนองว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้ทุกหน่วยและผู้บังคับบัญชาทุกระดับขั้น ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จะถูกพิจารณาข้อบกพร่องทั้งทางวินัยและการปกครอง ที่มา:ข่าวสด  

 6,856
สังคม-อาชญากรรม
23 มิ.ย. 60

บริษัททัวร์จ่อฟ้องกลับ แก๊งลูกทัวร์เมีย ตร.อ้างถูกลอยแพ เชื่อถูกดิสเครดิต

จากกรณีนางจิดาภา กลิ่นศรีสุข ภรรยาของ พ.ต.ท.จตุรงค์ กลิ่นสีสุข สวญ.สภ.หัวทะเล จ.ชัยภูมิ พร้อมพวก รวม 5 คน เข้าแจ้งความจากกรณีจองทริปทัวร์ท่องเที่ยวทะเล จ.ตรัง ที่มาออกบูทศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในราคา 20,000 บาท แต่กลับถูกลอยแพ ทำให้ลูกทัวร์ไม่พอใจและต้องการเงินคืนทั้งหมด   ล่าสุดทางบริษัท มัณดาวีต์ จำกัด แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กลุ่มลูกทัวร์ดังกล่าวเคยไปเที่ยวกับทางบริษัทฯ มาแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร แต่เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นการเข้าไปรับลูกทัวร์ล่าช้า ไม่มาตามเวลานัด ทำให้กลุ่มลูกทัวร์ไม่พอใจ จึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองตรัง และติดต่อบริษัทขอเงินค่าแพ็คเกจคืน ซึ่งทางบริษัทได้จ่ายเงินคืนให้แล้วทั้งหมด   ทั้งนี้ทางบริษัทเตรียมหลักฐานฟ้องกลับกลับกลุ่มบุคคลที่ทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง เพราะเชื่อว่าเป็นการดิสเครดิตบริษัทที่กำลังจะเข้าตลาดหลักทรัพย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u9p-pAZn9Ik  

 15,557

Top