ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสาคร"

ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

ลูกศิษย์ตะลึง! หลวงปู่เหล็งเข้าร่างกรรมการวัด ลั่นไม่ชอบดวงตาคู่ใหม่ ขนลุกตาดวงใหม่หลุดกระเด็นหาย

สมุทรสาคร-วานนี้ (9 ก.พ.) ภายในวิหารหลวงปู่เหล็ง วัดสุวรรณรัตนาราม ต.ท่าฉลอม อ.เมือง ได้จัดให้มีพิธีเบิกเนตร หรือดวงตาคู่ใหม่ ของหลวงปู่เหล็ง แทนดวงตาคู่เก่าที่ถูกขโมยหายไป   โดยมีพระสมุห์บุญส่ง ธัมมทัสสี เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม พร้อมด้วย พระลูกวัด คณะกรรมการวัด และศิษยานุศิษย์เข้าร่วม ซึ่งพิธีที่จัดขึ้นนี้ก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย เนื่องจากทางวัดจัดเตรียมสิ่งของเซ่นไหว้ชุดใหญ่ที่จะต้องใช้ในการกระทำพิธีไม่ทัน เพราะเพิ่งได้รับการประสานจากช่างฝีมือดี ที่พร้อมจะนำนิลดำมาติดให้กับหลวงปู่เหล็งแทนดวงตาคู่เก่าที่หายไป แต่ทั้งนี้ก็มีร่างทรงที่มาเช่าพื้นที่ของวัดประกอบพิธีไหว้ครูนั้น ได้มอบบายศรีและผลไม้มาให้ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้เองก็ทำให้มีเรื่องประหลาดที่หลายคนไม่คาดคิดเกิดขึ้นขณะทำพิธีติดดวงตาและเบิกเนตร   โดยขณะที่ช่างฝีมือกำลังนำนิลดำติดเข้าไปที่ดวงตาของหลวงปู่นั้น ก็ปรากฏว่าขนาดของนิลใหญ่เกินไป เพราะตอนที่มาวัดดวงตา วัดแค่ความกว้างกับความยาวรอบดวงตา แต่ไม่ได้วัดความลึก ทำให้ไม่พอดีกับเบ้าตาของหลวงปู่เหล็ง เมื่อติดเข้าไปจึงมีลักษณะตาดำโปนออกมาดูน่ากลัว ทางพระลูกวัดและลูกศิษย์แม้จะเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าเบิกเนตรไปแล้วจะดูไม่งาม แต่ด้วยฤกษ์งามยามดีในวันนี้ จึงจำเป็นต้องทำพิธีเบิกเนตรให้หลวงปู่ไปก่อน ส่วนจะแก้ไขอย่างไรนั้นจะขอทำหลังจากนี้อีกครั้งหนึ่ง   แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาด เพราะเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นและชวนขนลุกไปตาม ๆ กัน คือ ช่วงที่ช่างฝีมือกำลังพยายามติดดวงตาให้ใหม่นั้นจู่ ๆ นายอำนาจ หอมทอง อายุ 49 ปี กรรมการและโฆษกวัด ก็มีอาการสั่นแล้วพูดว่าด้วยน้ำเสียงกับอาการกริ้วโกรธ คล้ายกับถูกดวงวิญญาณหลวงปู่เหล็งเข้าสิงร่าง โดยบอกถึงความไม่พอใจที่นำดวงตาคู่นี้มาใส่ให้ อีกทั้งยังกล่าวถึงโจรใจบาป 3 คน ที่ร่วมก่อเหตุขโมยดวงตาไปว่า "ทำไมถึงมาเอาดวงตาไป"   นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดมาก คือ ดวงตาดวงใหม่ที่ติดเข้าไปในเบ้าตานั้นไม่สนิท จึงทำให้หลุดออกมาและกระเด็นหายภายในวิหาร ทั้งพระและลูกศิษย์ ช่วยกันค้นหาแต่ก็ไม่พบ ซึ่งนายอำนาจที่ในขณะนั้นหลายคนภายในวิหารเชื่อว่า ถูกหลวงปู่เหล็งเข้าสิงร่าง ก็ได้กล่าวอีกว่า "ไม่ต้องหา ให้หาอย่างไรก็ไม่เจอ เพราะข้าไม่เอา ข้าไม่อยากได้ จะเอาอะไรมาใส่ก็ได้ แต่ขอให้ทำเหมือนเดิม" อีกทั้งยังกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตโดยให้ไปถามบุคคลเก่าแก่ว่าดั้งเดิมนั้นสืบทอดทำกันมาแบบไหน ส่วนการทำพิธีบวงสรวงจะต้องบอกกล่าวให้หมดทุกที่เหมือนที่ผ่านมา ต้องทำให้ดี และไม่ให้เอาบายศรีจากพิธีกรรมอื่นมาใช้ จะต้องเป็นบายศรีที่ทำขึ้นใหม่เพื่อพิธีนี้โดยตรง พร้อมกับให้จัดเครื่องถวายชุดใหญ่   ซึ่งเมื่อสิ้นคำสั่งสุดท้ายนายอำนาจ ก็นิ่งไปแล้วล้มลงตรงหน้ารูปหล่อองค์หลวงปู่เหล็ง ทางลูกศิษย์จึงช่วยกันประคองมาปฐมพยาบาล จนนายอำนาจมีสติกลับมา แล้วก็ถามพระลูกวัดที่กำลังค้นหาดวงตาข้างที่หายไปว่า "หาอะไรกัน" โดยเมื่อรู้ว่าหลวงปู่เหล็งประทับร่างของตน ก็ถึงกับน้ำตาไหลออกมา แล้วก็เข้าไปก้มกราบรูปหล่อองค์หลวงปู่เหล็ง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีกรรมเบิกเนตรครั้งนี้สร้าง ความศรัทธาให้กับชาวบ้านที่มามุงดูพิธีกรรมและต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของโจรใจบาปที่ต้องมาทำให้หลวงปู่เหล็งโกรธ   ด้านพระสมุห์บุญส่ง ธัมมทัสสี เจ้าอาวาสวัดแหลมสุวรรณาราม พร้อมด้วยพระลูกวัด คณะกรรมการ และศิษยานุศิษย์ ก็ได้หารือกันว่าจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการทุกคนให้รับทราบ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามพิธีกรรม และจะต้องมีการดูฤกษ์งามยามดีในการประกอบพิธีครั้งใหม่ อีกทั้งยังจะต้องหาคนที่รู้จริงว่าดวงตาหลวงปู่เหล็งนั้นมีลักษณะอย่างไร ส่วนในวันนี้ก็ต้องพักเรื่องของการใส่ดวงตาคู่ใหม่ไว้ก่อน โดยจะยังคงใส่แว่นตาดำให้กับหลวงปู่ไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการติดนิลดำที่ทำใหม่แทนดวงตาคู่เก่าที่หายไป ซึ่งก็จะรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีงานประจำปี          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/W7q3oZxROW8

 1,723
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 62

เด็กแว้นซิ่งชนกัน ล้มเกลื่อนถนนพระราม 2 15 คัน ดับ 1 เจ็บระนาว

วันที่ 10 ก.พ. 62 เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เด็กแว้นซิ่งเฉี่ยวชนกันบนถนนพระราม 2 กม.ที่ 35 + 800 ขาเข้ากรุงเทพฯ ใกล้ปั๊มน้ำมันเอสโซ่บางกระเจ้า ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก    ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์นับรวมได้ 15 คัน ล้มกลิ้งเกลื่อนเต็มถนน ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุรวม 18 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครจำนวน 11 คน, โรงพยาบาลมหาชัย จำนวน 1 คน ,โรงพยาบาลเอกชัย จำนวน 3 คน, โรงพยาบาลวิภารามจำนวน 2 คน และโรงพยาบาลเจษฎาเวชการอีก 1 คน แต่ละคนมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะแตก แขนหัก นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน เป็นชายไม่ทราบชื่อ สภาพศพศีรษะแตกเลือดไหล     จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มเด็กแว้นได้นัดกันนำรถจักรยานยนต์ออกมาแข่งบนทางสาธารณะ(ถนนพระราม 2) แล้วมีรถ 2 คัน เกิดเฉี่ยวชนกันก่อน ทำให้รถคันอื่นๆ ที่ขับตามมาเบรคไม่อยู่ชนตามๆ กันไป    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ที่อยู่ในกลุ่มเด็กแว้นซึ่งยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุไปสอบปากคำเพิ่มเติม อีกทั้งยังได้มีการติดตามตัวเด็กแว้นที่ร่วมกันก่อเหตุแข่งรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย    ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้มีการวิทยุให้ตำรวจสายตรวจทุกแห่ง ออกตรวจตราหาเด็กแว้นที่ขับหลบหนีเข้าไปในตัวเมืองสมุทรสาคร หรือตามแหล่งชุมชนต่างๆ ส่วนรถทั้ง 15 คัน ได้นำไปเก็บไว้ที่อู่เก็บของกลางเพื่อตรวจสอบและเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเด็กแว้นจะนำรถออกมาแข่งบนทางสาธารณะเป็นประจำทุกคืนวันศุกร์และวันเสาร์ โดยจะนัดแข่งกันในช่วงกลางดึกบนทางสาธารณะ ซึ่งถนนที่เป็นสายหลักของการแข่งคือ ถนนพระราม 2 กับ ถนนเพชรเกษม ทั้งในพื้นที่สมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง   

 12,038
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ก.พ. 62

วิจารณ์ยับ! ร้านก๋วยเตี๋ยวเห็นแก่ตัว ทาสีขอบฟุตปาธจาก 'ขาวแดง' เป็น 'ขาวดำ' ให้ลูกค้าจอดรถได้ แขวงทางหลวงฯ เข้าแก้ไขแล้ว

ผู้เฟซบุ๊กชื่อ Parichart  Haruansri  ได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่งนำสีสเปรย์กระป๋องมาพ่นขอบฟุตบาธ จากขาวแดงเป็นขาวดำ พร้อมระบุข้อความว่า   “เดิมเป็นขาวแดงเพราะเป็นทางเข้าหมู่บ้าน แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ตั้งร้านอยู่บนฟุตปาธอยากให้ลูกค้าจอดรถได้ ฟุตปาธมีไว้สำหรับคนเดิน ให้ลูกค้าไปจอดรถในปั้มแก๊สที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้มั้ย สังคมควรอยู่กันแบบมีกฏมีระเบียบ”    ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า จุดดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษาซีนเนอรี่มหาชัย ถนนเอกชัย ปากทางปั๊มแก๊สแอลพีจี ทั้งนี้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับนายบรรยง ยอดแก้ว หมวดทางหลวงเศรษฐกิจ ได้นำเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงสมุทรสาคร ไปดำเนินการแก้ไขทาสีแดงทับสีดำ ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว    กรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 40  ห้ามมิให้ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลง ขีดเขียน เคลื่อนย้าย รื้อถอนหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเครื่องหมายจราจรป้ายจราจร และได้มีการกล่าวตักเตือนผู้ที่กระทำผิดแล้ว อย่าให้มีการทำผิดซ้ำอีกเพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย   นอกจากนี้สั่งให้เจ้าของร้านรื้อถอนส่วนที่ยื่นล้ำเกินทางเท้าภายใน 7 วัน หาก ไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนและเก็บค่ารื้อถอนจากทางร้าน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีต่อไป ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง มาตรา 38 ห้ามมิให้ผู้ใดติดตั้ง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตรายแก่ยานพาหนะฯ   ขณะที่ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นว่าเห็นแก่ตัว ทำแบบนี้ผิดกฎหมาย บ้างก็ชื่นชมเจ้าหน้าที่หลังรับแจ้งก็เข้ามาดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z2XTB4LyIHU

 18,628
การเมืองเข้มข้น
17 ม.ค. 62

'หญิงหน่อย' ควง 'ชัชชาติ' ประเดิมลงพื้นที่ บอกเพื่อไทยอยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่คนจน

ความเคลื่อนไหวพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะ ซึ่งมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในแคนดิเดตชิงนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย ได้ลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว ซึ่งโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการทางการแพทย์ และพัฒนาโรงพยาบาลได้โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ   จากนั้นทางคณะได้เดินตลาดน้ำบ้านแพ้ว โดยได้รับความสนใจจากพ่อค้าแม่ค้า รวมประชาชนที่มาซื้อคิดค้า ซึ่งได้มีการขอถ่ายภาพคู่กับบรรดาแกนนำ โดยช่วงหนึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ และนายชัชชาติได้เดินผ่านแผงขายหยังสือพิมพ์ ซึ่งมีหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด ซึ่งหน้าปกเป็นภาพที่นายชัชชาติเคยโพสลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นตัวซุปเปอร์ฮีโร่ในเครือมาร์เวล โดยนายชัชชาติเป็นตัวฮัลก์ ส่วนคุณหญิงเป็นกัปตันมาเวล ซึ่งทั้งสองได้ชวนกันหยุดดูหนังสือพร้อมทำท่าทางตามหน้าปก และเจ้าของแผงหนังสือได้ขอลายเซ็นจากทั้ง 2 คนด้วย   เมื่อถามนายชัชชาติ ถึงความพร้อมในการเปิดตัวเป็น 1 ใน 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ กล่าวว่า “ผมไม่รู้เรื่องครับ อันนี้ต้องแล้วแต่ทางพรรคเพื่อไทย หากทางพรรคเพื่อไทย เห็นว่า เหมาะสม ผมก็พร้อม”   เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ประชาชนอยากให้ท่านเป็นนายกฯ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องฟังเสียงคนด่ามากกว่าชม ซึ่งคนชมเราก็ขอบคุณ แต่ยิ่งคนชมเยอะเราก็ยิ่งรู้สึกว่าภาระหนัก   ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า มั่นใจว่าทีมผู้บริหารของเราจะทำให้พี่น้องลืมตาอ้าปาก และหาเงินเข้ากระเป๋าให้ตุงๆ ได้ มีคนถามว่า พท. จะทำให้พี่น้องกระเป๋าตุงได้จริงหรือ เราขอยืนยันว่าถ้าเป็นเพื่อไทยทำได้แน่นอน ไม่เหมือนกับอีกคนที่ยิ่งทำพี่น้องประชาชาชนยิ่งจนลง แถมยังให้ประชาชนไปขึ้นทะเบียนคนจนอย่างภาคภูมิใจว่ามีคนจนเท่านั้นเท่านี้ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ พท.ทำไม่เป็น พรรค พท. อยากแจกบัตรคนรวย ไม่ใช่แจกบัตรคนจน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tDYKQSJIG58

 1,457
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ม.ค. 62

ตื่นตาตื่นใจ แพลงก์ตอนเรืองแสง สะพานแดง สมุทรสาคร

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Boonyarit Kongjaroon ได้โพสต์ภาพปรากฏการณ์ แพลงก์ตอนเรืองแสง บริเวณสะพานแดง ศาลเจ้าพ่อมัจฉานุ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในช่วงเวลากลางคืน ที่จะเห็นน้ำทะเลน้ำเรืองแสงออกมาเป็นสีน้ำเงินสร้างความตื่นตาให้แก่ผู้พบเห็นอย่างมาก   ทั้งนี้การเข้าไปรับชมสถานที่ดังกล่าว ไปเฉพาะเวลา 05.00 น.-21.00 น. เท่านั้น และนักท่องเที่ยว โปรดรับชมด้วยความสุภาพ เคารพสถานที่ อย่ากระทำการที่เป็นการรบกวนธรรมชาติ และไม่โยนหินหรือสิ่งของต่างๆ ลงน้ำโดยเด็ดขาด ขอให้รอชมแพลงก์ตอนขณะกระทบคลื่นหรือแนวไม้ไผ่จนเกิดแสงขึ้นมาเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/asEBhIg4pbM

 4,015
ข่าวภูมิภาค
10 ม.ค. 62

ดราม่า สาวถูกเพื่อนบ้านรั้วติดกันบุกทุบกำแพงบ้าน อ้างจะสร้างรั้ว งงยังไม่รับปาก ช่างมาถึงก็ทุบเลย

ปัญหาดราม่าระหว่างเพื่อนบ้านที่อาศัยใกล้กัน รั้วบ้านติดกันเกิดขึ้นบ่อยในหลายพื้นที่ แต่ล่าสุดเป็นปัญหาเรื่องรั้วบ้าน ถึงขั้นต้องทุบบ้านกัน สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน เพราะจุดที่ทุบมันคือห้องน้ำที่เพื่อนบ้านต้องใช้ทุกวัน   เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านของ น.ส.จิรนันต์ ธูปหอม ตั้งอยู่ที่ ถนนบางปลา ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านจุดเกิดเหตุ พบว่า ด้านหลังของบ้านมีร่องรอยการรื้อหลังคา ทุบห้องน้ำ ผนังห้องน้ำถูกทุบทะลุ ไม่สามารถใช้ห้องน้ำได้   น.ส.จิรนันต์ เล่าว่า นี่คือสภาพบ้านของตนที่เป็นปัญหากับคุณป้าเพื่อนบ้านที่รั้วติดกัน ซึ่งบ้านหลังนี้ตนมาก่อสร้างและอาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 2543  ก่อนที่บ้านป้าคู่กรณีจะมาก่อสร้าง ตนมีฉโนดที่ดินการก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ที่ผ่านมาอาศัยอยู่ปกติไม่มีปัญหาอะไร แต่เมื่อสัปดาห์ผ่านมา ป้ามาแจ้งว่าจะทำรั้วบ้าน โดยจะรื้อถอนพื้นที่ด้านหลังบ้านของตน ซึ่งใช้เป็นทางเดินไปห้องน้ำ ตอนนั้นก็ตกใจและยังไม่ได้ตกลงรับปากจะให้รื้อถอน หรือทำหนังสือตกลงยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร   แต่อยู่ดีๆ วันที่ 7 ม.ค. ป้าก็ขนช่างมา 4-5 คน มารื้อทันที โดยอ้างว่าทำตามกฎหมายใหม่ ช่วงนั้นตนไม่อยู่บ้านออกไปขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ แต่พอกลับเข้าบ้านก็ตกใจ ช่างกำลังทุบ รื้อบ้าน พอเข้าไปเจรจาขอให้หยุด ช่างก็ไม่หยุด จนกระทั่งเพื่อนบ้านข้างๆ เป็นผู้ชายเข้ามาห้ามและถ่ายคลิปไว้ ช่างจึงหยุด   เรื่องนี้นายบรรพต จันทร์วงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน เมื่อทราบเรื่องก็เรียกทั้งสองฝ่าย คือ ป้าข้างบ้านคนทุบ และบ้านผู้เสียหายมาเจรจาโดยใช้เวลาเจรจากว่า 2 ชม. ก่อนเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันได้โดยฝั่งป้าที่ทุบนั้นยอมรับผิดที่บุกรุกเข้าไป และไปทุบบ้านเพื่อนบ้าน ขอชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด 3 หมื่นบาท แต่ยังยืนยันจะก่อสร้างรั้วบ้านต่อไป   ส่วนการก่อสร้างรั้วนั้นจุดที่เป็นปัญหาให้ระงับการก่อสร้างไปก่อน รอให้ทางอบต.และเจ้าหน้าที่ดูแลเองการก่อสร้างอาคารเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ว่าจะสามารถก่อสร้างจุดใดได้บ้าง โดยจะไม่ไปรุกล้ำพื้นที่เขตของกันและกัน   ทางด้านคู่กรณี หลังเจรจาก็ยอมรับว่าไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่าป้าจะมาทุบบ้านอีกเมื่อไหร่ และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะป้าคู่กรณีรู้จักคนเยอะ และตนก็ไม่รู้กฎหมายใหม่ อยากให้คนที่รู้เรื่องนี้มาเป็นคนกลางดูแลให้   ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกับป้าที่ทุบบ้านเพื่อนบ้าน ก็ปฏิเสธจะให้ข้อมูล โดยลูกสาวอ้างว่าไม่มีข้อมูลใดๆ ให้กับสื่อมวลชน เช่นเดียวกับสามีของป้า ก็ไม่ขอให้ข้อมูลกับสื่อ และขอให้สื่อกลับออกไปห้ามเข้ามาในเขตบ้าน   โดยช่วงที่ผู้สื่อข่าวสอบถามฝั่งบ้านป้าที่ทุบบ้าน เพื่อนบ้านก็พบว่าช่างก่อสร้างกำลังก่อสร้างรั้วบ้านช่วงต้นซอย ซึ่งติดกับบ้านของเพื่อนบ้านเช่นกัน ซึ่งจุดนี้ก็เคยมีปัญหากันมาก่อน แต่บ้านหลังนี้ไม่ได้มีสิ่งปลูกสร้างจึงยอมถอยร่นพื้นที่ให้เพื่อสงบศึกเพื่อนบ้าน   ผู้สื่อข่าวสอบถามช่างที่ก่อสร้าง ระบุว่า วันเกิดเหตุ ทางฝั่งป้าบอกว่าให้เข้าทุบได้เลย เพราะเคลียกันแล้ว ช่างจึงลงมือทำ ตามรับจ้างมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Eg0KCNc9ojo

 1,967
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 62

ไฟไหม้บ้านวอดกลางดึก ลูกชายอุ้มพ่อป่วยติดเตียงหนีจากกองเพลิง ปลอดภัย

วันที่ 6 ม.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ร.ต.ท.ประสพโชค เอกนุ่ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่บ้านหลังหนึ่งใน หมู่ที่ 1 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร    เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาล ต.หลักห้า และเทศบาล ต.บ้านแพ้ว ได้ช่วยกันดึงหัวลากดับเพลิงจากรถน้ำ 2 คัน เดินเท้าเข้าไประงับเพลิงยังบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนลึกเข้าไปประมาณ 400 เมตร รถน้ำไม่สามารถเข้าถึงได้    โดยบ้านที่เกิดเพลิงไหม้หลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งเพลิงก็ได้เผาบ้านและข้าวของภายในบ้านเสียหาย โชคดีที่นายประพันธ์ ยางนอก อายุ 33 ปี บุตรชายของนายสำเนียง ฮวดสำราญ 76 ปี เจ้าของบ้านและเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยนั้น สามารถอุ้มพ่อพาหนีออกจากกองเพลิงมาได้อย่างปลอดภัย    ส่วนทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านที่สูญเสียไปกับไฟไหม้ในครั้งนี้ นอกจากตัวบ้านมูลค่าประมาณ 1 ล้านบาทแล้ว ก็ยังมีเงินสดที่เก็บไว้ 900,000 บาท และทองคำอีก 3 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้   จากการสอบถามนายประพันธ์ บุตรชายของเจ้าของบ้านเล่าในเบื้องต้นว่า ต้นเหตุของเพลิงไหม้เกิดขึ้นจากชั้น 2 ที่ปลูกสร้างด้วยไม้ ซึ่งในช่วงเวลาที่เกิดไฟไหม้นั้นมีคนอยู่ในบ้านประมาณ 7 คน แต่ทุกคนนอนพักอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน เพราะเตรียมที่จะจัดพิธีทำบุญบ้านและทำบุญครบรอบวันตายของญาติในเช้าของวันที่ 6 นี้ จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ส่วนสาเหตุก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐานให้เข้ามาตรวจสอบหาต้นตอที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ต่อไป พร้อมกันนี้ก็ยังได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลหลักห้านั้น อยู่ยังเฝ้าระวังที่เกิดเหตุเพราะเกรงว่าจะเกิดไฟปะทุขึ้นมาได้อีก  

 1,637
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 62

สามีระแวงเมียนอกใจใช้ปืนยิงดับ ก่อนยิงตัวตายตาม ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้า ชอบคิดมาก

สมุทรสาคร-เกิดเหตุฆาตรกรรมภายในบ้านพื้นที่ ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ชั้นบนทางขึ้นบันไดหน้าห้องนอน พบศพนอนจมกองเลือด 2 ศพ โดยศพแรกเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีดำ นอนตะแคง ในมือมีปืนอยู่ 1 กระบอก ขนาด .38 และตกใกล้กับมืออีก 1 กระบอก ขนาด .32 ทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวากระสุนทะลุออกขมับซ้าย 1 นัด   ส่วนอีกศพเป็นผู้หญิงนอนหงาย มีเลือดไหลออกจากปาก ทราบชื่อคือ นางวรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี มีบาดแผลถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ หน้าอกขวา 1 นัด ใต้คาง 1 นัด ใต้ราวนมซ้าย 2 นัด สะโพก 1 นัด และ กลางสันหลังอีก 1 นัด ทั้งสองคนมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คน        โดยนายสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคิวรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – มหาชัย นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ 6 ปลอก อีกทั้งยังมีข้อความต่างๆ ถูกเขียนอยู่บนผนังหน้าห้อง กับที่กระจกเต็มไปหมด โดยมีถ้อยคำตัดพ้อว่าถูกเมียนอกใจ และข้อความสงสารลูกสาว   จากการสอบถามนายฐาปกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน เล่าว่า ครอบครัวของตนมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่นานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วได้รับข้อความทางไลน์จากพ่อ ที่ส่งมาร่ำลาลูกๆ จึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมา ก็พบว่าพ่อได้ก่อเหตุยิงแม่แล้วก็ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว   โดยพ่อของตนนั้นมีอาการซึมเศร้าชอบคิดมาก และเคยจะพาไปหาหมอแต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ ซึ่งพ่อมักจะมีปากเสียงกับแม่ด้วยความหึงหวง ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยทำอะไรผิด และไม่เคยนอกใจพ่อ ซึ่งก็ลูกๆ ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WaxxXlPWhXU

 1,291
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

ชายวัย 53 ซึมเศร้า หึงหวงระแวงถูกนอกใจ ส่งข้อความลาลูก ใช้ปืนยิงภรรยาดับ ก่อนยิงตัวตายตาม

วันที่ 2 ม.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศิริ เก่งนอก รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.ท.วิรัตน์ ผลพัฒนสกุลชัย รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ร.ต.อ.สุพัฒน์ กิตติพันธ์ รองสารวัตรสอบสวนฯ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร   ได้เข้าตรวจสอบเหตุฆาตรกรรมภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น ที่ชั้นบนทางขึ้นบันไดหน้าห้องนอน พบศพนอนจมกองเลือด 2 ศพ โดยศพแรกเป็นผู้ชายสวมเสื้อสีดำ นอนตะแคง ในมือมีปืนอยู่ 1 กระบอก ขนาด .38 และตกใกล้กับมืออีก 1 กระบอก ขนาด .32    ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิชัย ตาทอง อายุ 53 ปี ส่วนอีกศพเป็นผู้หญิงนอนหงาย มีเลือดไหลออกจากปาก ทราบชื่อต่อมาคือ นางวรวรรณ ตาทอง อายุ 53 ปี ทั้งสองคนมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยพร้อมกับลูกๆอีก 2 คน โดยนายสิทธิชัย เป็นหัวหน้าคิวรถตู้สายอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-มหาชัย    นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืนขนาด .32 ตกอยู่ 6 ปลอก อีกทั้งยังมีข้อความต่างๆ ถูกเขียนอยู่บนผนังหน้าห้อง กับที่กระจกเต็มไปหมด โดยมีถ้อยคำรำพันตัดพ้อว่าถูกเมียนอกใจ และข้อความสงสารลูกสาว   จากการสอบถามลูกชาย อายุ 26 ปี เล่าว่า ครอบครัวของตนมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่นานเกือบ 1 ปีแล้ว โดยก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แล้วได้รับข้อความทางไลน์จากพ่อ ที่ส่งมาร่ำลาลูกๆ จึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์กลับมา ก็พบว่าพ่อได้ก่อเหตุยิงแม่แล้วก็ยิงตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว    โดยพ่อของตนนั้นมีอาการซึมเศร้าชอบคิดมาก และเคยจะพาไปหาหมอแต่พ่อไม่ยอมไปพบแพทย์ ซึ่งพ่อมักจะมีปากเสียงกับแม่ด้วยความหึงหวง ทั้งๆ ที่แม่ไม่เคยทำอะไรผิด และไม่เคยนอกใจพ่อ ซึ่งลูกๆ ก็ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุดังกล่าว    

 2,771
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 61

พบศพชายนิรนามผูกคอเสียชีวิตในเพิงพักติดป่าหญ้าริม ถ.พุทธสาคร

วันที่ 24 ธ.ค.61 เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ร.ต.อ.ไพรัตน์ ดีไร่ รองสารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิต บริเวณเพิงขายของข้างทางไม่มีเลขที่ ริมถนนพุทธสาคร หมู่ที่ 12 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.กระทุ่มแบนทราบแล้วไปตรวจสอบ พร้อมกันนี้ยังได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลกระทุ่มแบน กับ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบด้วย    ที่เกิดเหตุนั้นพบศพเป็นชายสวมเสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงขายาว ใช้เชือกไนล่อนแขวนคอตัวเองกับขื่อด้านในของเพิงพักติดกับป่าหญ้า ปลายเท้าผู้เสียชีวิตห่างจากพื้นดินเพียงเล็กน้อย    ทั้งนี้จากการตรวจค้นภายในตัวไม่พบหลักฐานว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครมาจากไหน และไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใดทั้งสิ้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3- 4 ชั่วโมง ขณะที่คนในระแวกที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครรู้จักผู้ตายมาก่อน ส่วนผู้ที่มาพบศพเป็นคนแรกนั้น ก็บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตนเองออกมาปั่นจักรยานตอนเช้า แล้วเกิดปวดปัสสาวะขึ้นมา จึงจะลงไปปัสสาวะข้างทาง ก็เห็นผู้เสียชีวิตดังกล่าว   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิต และจะได้ติดตามหาหลักฐานว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร เพื่อติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป   

 1,499
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 61

ตามรวบมือยิงพ่อลูกอ่อนดับ ปมเขม่นท่อ จยย.เสียงดัง คนร้ายอ้างถูกยิงก่อนแต่กระสุนด้าน

สมุทรสาคร -ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุยิงกันบริเวณถนนสกุลกิจ หมู่ที่ 3 ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยผู้ตายคือ นายถาวร ปรีงาม อายุ 48 ปี  ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสุกฤษดิ์ สีดำ อายุ 28 ปี ส่วนสาเหตุญาติผู้ตายคาดว่าเป็นเพราะผู้ตายไปตักเตือนเรื่องเสียงท่อรถจักรยานยนต์เสียงดัง เพราะเสียงรบกวนลูกอายุ 5 เดือนนั้น   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาคือ นายสุกฤษดิ์ หรือ เต้ย ได้แล้ว หลังจากชุดสืบสวน สภ.บางโทรัด และสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกันจับตัวขณะลงจากรถตู้สายนครสวรรค์-กรุงเทพฯ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตำรวจสืบทราบว่า หลังก่อเหตุนายสุกฤษดิ์ได้หนีไปกบดานที่บ้านพี่ชายในจังหวัดนครสวรรค์ จึงตามไปจับตัว แต่นายสุกฤษดิ์ได้ขึ้นรถตู้กลับเข้ากรุงเทพฯ กำลังอีกส่วนจึงดักอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิต   จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายสุกฤษดิ์ บอกว่า วันเกิดเหตุได้นั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนในบ้าน ซึ่งอยู่ในซอยเดียวกับบ้านของผู้เสียชีวิต จากนั้นได้ออกไปซื้อบุหรี่ที่หน้าปากซอย ขณะที่กำลังจะขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้าบ้าน รถของเกิดสตาร์ทไม่ติด จึงได้โทรเรียกเพื่อนชื่อนายโจ้ ให้ขี่รถจักรยานยนต์มาดันรถกลับเข้าบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณปากซอยที่เกิดเหตุ มีรถกระบะของผู้ตายได้จอดขวางซอยเข้าออก ตนจึงได้เข็นรถจักรยานยนต์หลบลงข้างทางเพื่อจะเข้าบ้านของตนเอง   แต่ขณะนั้นผู้ตายได้เข้ามาหาและใช้ไม้ตีเข้าที่บริเวณศีรษะจนไม้กระเด็นหลุดมือ จากนั้นญาติของผู้ตายได้เข้ามาห้ามและขอโทษตน แต่ผู้ตายได้วิ่งเข้าไปในบ้านและหยิบปืนขนาด 9 มม.ออกมายิงตนในระยะไกล 1 นัด กระสุนไม่ถูก จากนั้นผู้ตายได้เข้ามาเอาปืนจ่อที่หัวตนและลั่นไกยิง แต่กระสุนด้าน ตนจึงเข้าแย่งปืนกับผู้ตายจนเกิดชุลมุน ก่อนที่จะหยิบปืนขนาด .38 ในกระเป๋าสะพายออกมายิงผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นได้หลบหนีไปโดยทิ้งปืนที่ใช้ก่อเหตุลงคลองในละแวกใกล้เคียง ส่วนปืนของผู้ตายนั้นผู้ต้องหาได้หยิบติดมือมาด้วย   หลังก่อเหตุได้หนีไปบ้านเพื่อนในเขตอำเภอกระทุ่มแบน เพื่อกินเหล้าย้อมใจ จากนั้นจึงนั่งรถรับจ้างไปลงที่แยกเข้าตัวเมืองมหาชัย เพื่อจ้างรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่บริเวณเขตบางแค กรุงเทพฯ และนั่งรถต่อไปยังจังหวัดนครสวรรค์เพื่อไปหาพี่ชาย ก่อนจะนั่งรถตู้กลับมาที่ท่ารถหมอชิต และโดนจับได้ในที่สุด   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุอีกว่า นายสุกฤษดิ์ ผู้ต้องในคดีนี้ มีประวัติในคดีครอบครองและเสพยาบ้าอยู่หลายครั้ง และผู้ตายกับผู้ต้องหาก็เคยมีเรื่องทะเลาะกันเมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา ในเรื่องของการที่ทั้งสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ชนกัน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าครั้งนั้นผู้ตายเป็นฝ่ายที่เมาเหล้าแล้วขับรถมาชนรถ แต่จะมาขอให้ชดใช้ค่ารถที่เสียหาย ทำให้ทั้งสองคนผิดใจกันมาตั้งแต่นั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5RcaG6YOtkU

 1,074
ข่าวภูมิภาค
22 ธ.ค. 61

กู้ภัยเร่งช่วยสาวท้องพลาดเหยียบตะแกรงปิดท่อระบายน้ำที่ชำรุด ขาติดเอาออกไม่ได้

สมุทรสาคร-กู้ภัยเข้าช่วยสาวท้องพลาดเดินเหยียบลงไปบนฝาท่อระบายน้ำ บนถนนเศรษฐกิจ 1 บริเวณหน้าบริษัทขนส่ง(เก่า) ฝั่งขาเข้าตัวเมืองมหาชัย ต.มหาชัย อ.เมือง แล้วขาลงไปติดกับช่องเหล็กของฝาท่อระบายน้ำที่หักลงไปเอาออกมาไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องตัดซี่ตะแกรงเหล็กออก ซึ่งใช้เวลาเกือบ 20 นาที จึงช่วยเหลือได้สำเร็จ แล้วนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลฯ ตามสิทธิ์ โชคดีปลอดภัยทั้งแม่และลูก   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/m3lXrRQQygU

 1,109
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

ระทึก เด็ก ม.3 คิดว่าแม่ไม่รัก ควงคัตเตอร์ขู่โดดตึก ร.ร. ก่อน จนท.เข้าชาร์จปลอดภัย

สมุทรสาคร-ตร.รับแจ้งพบนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน กำลังจะกระโดดตึกอาคารเรียน ชั้น 4 โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้ออกมายืนอยู่บนระเบียงกันสาด ทำให้เจ้าหน้าที่และคุณครู ตลอดจนเพื่อนๆต้องคอยตะโกนเกลี้ยกล่อม แต่ก็ไม่เป็นผลแม้ว่าทางครูและเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามพ่อแม่ของนักเรียน เข้ามาพูดคุยเพื่อให้เด็กคลายความเครียดลงก็ตาม จึงต้องประสานไปยังเทศบาลนครอ้อมน้อยขอสนับสนุนเบาะลม เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด   ทั้งนี้นักเรียนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นักเรียนคนดังกล่าวกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3/1 โดยก่อนเกิดเหตุระทึกเพื่อนเห็นพูดอยู่คนเดียวที่บริเวณเสาธงด้านล่าง ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลประมาณ 18.00 น. จากนั้นนักเรียนคนดังกล่าวได้ถามหาคุณครูท่านหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปพูดคุยด้วยซึ่งสิ่งที่พูดนั้นเป็นเพียงคำพูดซ้ำๆว่าจะจบ ม.3 แล้ว หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นอีก จนกระทั่งมีนักเรียนที่กำลังเล่นแบดมินตันอยู่ด้านล่าง เหลือบขึ้นไปเห็นนักเรียนคนดังกล่าวนั่งอยู่บนกันสาดชั้น 4 ของอาคารเรียนจึงได้แจ้งคุณครู   จากนั้นก็มีคุณครูพละ เจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อนๆและคุณครูที่คุ้นเคย ขึ้นไปเกลี้ยกล่อมที่ชั้น 4 และหาจังหวะเข้าชาร์จเพื่อดึงตัวกลับเข้ามายังจุดที่ปลอดภัย แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากนักเรียนคนดังกล่าวถือมีดคัตเตอร์แกว่งไปมา และตะโกนขู่ทุกคนไม่ให้เข้าใกล้รวมทั้งมีทีท่าหวาดระแวง จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงประมาณ 21.00 น.คุณครูพละและเจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงได้จังหวะเข้าชาร์จเพื่อดึงตัวมายังจุดที่ปลอดภัย   ซึ่งการเข้าชาร์จนั้นทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากคมมีดคัตเตอร์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวลงมาและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีบาดแผลจากการใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนตัวเอง ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจจะกระโดดตึก หลายฝ่ายคาดว่ามาจากความเครียดในครอบครัว   จากสอบถามพ่อแม่ของนักเรียนคนดังกล่าว ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คน ปกติเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดี แต่ไม่ค่อยพูดค่อนข้างเก็บตัว ที่ผ่านมาไม่เคยบ่นหรือเล่าอะไรให้พ่อกับแม่ฟัง มีพักหลังๆที่ชอบพูดว่าแม่ไม่รัก และบ่นคิดถึงพี่สาวที่ไปทำงานในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแม่ก็ได้แต่ปลอบใจว่าแม่รักลุกทุกๆคน   หลังจากนี้แม่จะขอให้ลูกได้พักให้หายเครียด ก่อนที่จะถามความสมัครใจว่าจะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมหรือไม่ เพราะเกรงว่าลูกจะเครียดหากต้องมารับสภาพความรู้จากเพื่อนๆในโรงเรียนที่ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นครอบครัวของนักเรียนคนดังกล่าว พร้อมด้วยนายอำเภอกระทุ่มแบน และปลัดอำเภอ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกระทุ่มแบนเพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a56iK26cWOk

 2,416
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

เร่งล่าคนร้ายบุกร้านชำ ควักปืนจ่อเจ้าของ - รุมทำร้ายลูกค้านั่งกินเหล้าหน้าร้าน

สมุทรสาคร-จากกรณี น.ส.บุญรัตน์ กวางแก้ว อายุ 34 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ในพื้นที่ซอยประกันสังคม ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ธ.ค.61 เป็นเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายลูกค้าที่นั่งดื่มสุราบริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าร้าน โดยกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธมีดและอาวุธปืน ข่มขู่ตนเองและคนในบ้านก่อนที่จะอาละวาดทำร้ายร่างกายกลุ่มลูกค้าที่นั่งดื่มกิน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เชิญตัวกลุ่มผู้เสียหาย 4 คน ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลมหาชัย มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายยืนยันว่าพวกตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง หรือรู้จักกับชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว   ซึ่งร้านนี้เป็นร้านประจำที่พวกตนมานั่งหลังเลิกงานและในวันเกิดเหตุ พวกตนออกกะเวลา 17.00 น.ก็มานั่งที่ร้าน จนกระทั่งเกิดเหตุ นายอริญชย์ สัญญารัตน์ อายุ41ปี เป็นหนึ่งในพนักงาน ที่ได้รับบาดเจ็บหนักกว่าคนอื่น ถูกต่อยเข้าที่เบ้าตาซ้าย และถูกตีด้วยไม้กวาด ก็ยืนยันว่าตน มานั่งที่ร้านนี้เป็นประจำแต่ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน   ขณะที่ ร.ต.อ.สุวิทย์ มูลทรงเกียรติ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดี กล่าวว่าขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมออกหมายจับ โดยทราบชื่อผู้ก่อเหตุ 4 คนแล้ว เป็นคนในพื้นที่เมืองสมุทรสาคร และหนึ่งในนั้นเป็นคนที่พักอาศัยใกล้กัน ได้แก่ 1.นายเจตน์ เมฆสวัสดิ์ อายุ 36 ปี 2.นายภูษิต เมฆสวัสดิ์ อายุ 41 ปี 3. นายณัฐพงษ์ กปิญชรานนท์ อายุ 28 ปี และ 4.นายบัญชา ไข่เพ็ชร อายุ 36 ปี   ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นรับแจ้งจากทางเจ้าของร้านผู้เสียหายว่า ก่อนหน้านั้นมีการพูดคุยกันในเรื่องส่งเสียงดัง เพราะบ้านผู้เสียหายเป็นร้านค้า ส่วนทาวน์เฮาส์ข้างๆ ก็มีเด็กอ่อน ขณะที่ในส่วนของพยานหลักฐานของคดีนี้คือภาพจากกล้องวงจรปิด และผู้เสียหายที่ชี้ตัวยืนยัน   สำหรับข้อกล่าวหาที่ยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครนั้น ได้ตั้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดฐาน ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ,ร่วมกันทำร้ายร่างกาย,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ ร่วมกันข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมคนร้ายทั้ง 4 ราย ซึ่งทั้งหมดมีประวัติเป็นแก็งลักสายไฟ แต่กลุ่มคนร้ายไหวตัวหลบหนีเข้าป่าละเมาะในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน ซึ่งเป็นรถของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้   ขณะที่เจ้าของร้านของชำ ระบุว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนเกิดเหตุตนเองกำลังอยู่ในห้องน้ำชั้นล่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะจึงเปิดประตูออกมาดู ก็พบคนร้ายถือปืนชี้มาทางตนเอง และบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่ามายุ่ง ตนเองจึงได้หลบเข้าไปในห้องน้ำด้วยความตกใจ หลังจากนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราในละแวกนี้บ่อยขึ้น เนื่องจากเกรงกลัวจะไม่ปลอดภัย   เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ชายเสื้อแดงซึ่งเป็นที่กลุ่มคนร้ายถามหา น่าจะไปแซวผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของหนึ่งในกลุ่มคนร้าย จนเป็นชนวนเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/xY5RtsZ_hLQ

 1,214
ข่าวภูมิภาค
10 ธ.ค. 61

ไฟไหม้รถตู้ขนแกลลอนน้ำมัน วอดทั้งคัน บนถนนพระราม 2 ไร้เงาคนขับในที่เกิดเหตุ

วันที่ 10 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถดับเพลิง รุดไปตรวจสอบเหตุ เพลิงไหม้รถตู้บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากทม. ใกล้เคียงปากทางเข้าโรงแรมออคิด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   ที่เกิดเหตุพบรถตู้สีขาว ไฟกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าเร่งฉีดน้ำเพื่อดับไฟ ตรวจสอบเบื้องต้นรถคันดังกล่าวบรรทุกถังน้ำมัน มาหลายสิบใบ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีซึ่งมีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง ส่วนคนขับไม่ทราบว่าหายไปไหน   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ขนย้ายถังน้ำมันออกจากตัวรถ หลังจากสกัดกันไฟที่กำลังลุกไหม้ที่ตัวรถ โดยใช้รถดับเพลิง 2 คัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงสามารถดับเพลิงได้สงบ และไม่มีผู้ได้รับเจ็บ   สอบถามคนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่โดยเริ่มมีควันขึ้นจำนวนมาก ส่วนคนขับเป็นชายรูปร่างสูงยืนถือสายยางและกรวยเติมน้ำมันหลังจากที่รถเกิดไฟไหม้ชายคนดังกล่าวได้เดินหายเข้าไปภายในซอยของโรงแรมใกล้จุดเกิดเหตุ   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะได้ติดตามตัวคนขับมาสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 6,183

Top