ค้นหา :

ผลการค้นหา "สมุทรสาคร"

ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 61

ระทึก เด็ก ม.3 คิดว่าแม่ไม่รัก ควงคัตเตอร์ขู่โดดตึก ร.ร. ก่อน จนท.เข้าชาร์จปลอดภัย

สมุทรสาคร-ตร.รับแจ้งพบนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.กระทุ่มแบน กำลังจะกระโดดตึกอาคารเรียน ชั้น 4 โดยนักเรียนคนดังกล่าวได้ออกมายืนอยู่บนระเบียงกันสาด ทำให้เจ้าหน้าที่และคุณครู ตลอดจนเพื่อนๆต้องคอยตะโกนเกลี้ยกล่อม แต่ก็ไม่เป็นผลแม้ว่าทางครูและเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามพ่อแม่ของนักเรียน เข้ามาพูดคุยเพื่อให้เด็กคลายความเครียดลงก็ตาม จึงต้องประสานไปยังเทศบาลนครอ้อมน้อยขอสนับสนุนเบาะลม เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด   ทั้งนี้นักเรียนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นักเรียนคนดังกล่าวกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3/1 โดยก่อนเกิดเหตุระทึกเพื่อนเห็นพูดอยู่คนเดียวที่บริเวณเสาธงด้านล่าง ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลประมาณ 18.00 น. จากนั้นนักเรียนคนดังกล่าวได้ถามหาคุณครูท่านหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปพูดคุยด้วยซึ่งสิ่งที่พูดนั้นเป็นเพียงคำพูดซ้ำๆว่าจะจบ ม.3 แล้ว หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นอีก จนกระทั่งมีนักเรียนที่กำลังเล่นแบดมินตันอยู่ด้านล่าง เหลือบขึ้นไปเห็นนักเรียนคนดังกล่าวนั่งอยู่บนกันสาดชั้น 4 ของอาคารเรียนจึงได้แจ้งคุณครู   จากนั้นก็มีคุณครูพละ เจ้าหน้าที่กู้ภัย เพื่อนๆและคุณครูที่คุ้นเคย ขึ้นไปเกลี้ยกล่อมที่ชั้น 4 และหาจังหวะเข้าชาร์จเพื่อดึงตัวกลับเข้ามายังจุดที่ปลอดภัย แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากนักเรียนคนดังกล่าวถือมีดคัตเตอร์แกว่งไปมา และตะโกนขู่ทุกคนไม่ให้เข้าใกล้รวมทั้งมีทีท่าหวาดระแวง จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงประมาณ 21.00 น.คุณครูพละและเจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงได้จังหวะเข้าชาร์จเพื่อดึงตัวมายังจุดที่ปลอดภัย   ซึ่งการเข้าชาร์จนั้นทำให้ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากคมมีดคัตเตอร์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวลงมาและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีบาดแผลจากการใช้มีดคัตเตอร์กรีดแขนตัวเอง ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจจะกระโดดตึก หลายฝ่ายคาดว่ามาจากความเครียดในครอบครัว   จากสอบถามพ่อแม่ของนักเรียนคนดังกล่าว ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนที่ 2 จากทั้งหมด 4 คน ปกติเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดี แต่ไม่ค่อยพูดค่อนข้างเก็บตัว ที่ผ่านมาไม่เคยบ่นหรือเล่าอะไรให้พ่อกับแม่ฟัง มีพักหลังๆที่ชอบพูดว่าแม่ไม่รัก และบ่นคิดถึงพี่สาวที่ไปทำงานในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งแม่ก็ได้แต่ปลอบใจว่าแม่รักลุกทุกๆคน   หลังจากนี้แม่จะขอให้ลูกได้พักให้หายเครียด ก่อนที่จะถามความสมัครใจว่าจะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมหรือไม่ เพราะเกรงว่าลูกจะเครียดหากต้องมารับสภาพความรู้จากเพื่อนๆในโรงเรียนที่ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นครอบครัวของนักเรียนคนดังกล่าว พร้อมด้วยนายอำเภอกระทุ่มแบน และปลัดอำเภอ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกระทุ่มแบนเพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a56iK26cWOk

 1,769
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

เร่งล่าคนร้ายบุกร้านชำ ควักปืนจ่อเจ้าของ - รุมทำร้ายลูกค้านั่งกินเหล้าหน้าร้าน

สมุทรสาคร-จากกรณี น.ส.บุญรัตน์ กวางแก้ว อายุ 34 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ในพื้นที่ซอยประกันสังคม ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ธ.ค.61 เป็นเหตุการณ์ที่มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาทำร้ายร่างกายลูกค้าที่นั่งดื่มสุราบริเวณโต๊ะหินอ่อนหน้าร้าน โดยกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธมีดและอาวุธปืน ข่มขู่ตนเองและคนในบ้านก่อนที่จะอาละวาดทำร้ายร่างกายกลุ่มลูกค้าที่นั่งดื่มกิน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เชิญตัวกลุ่มผู้เสียหาย 4 คน ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลมหาชัย มาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายยืนยันว่าพวกตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง หรือรู้จักกับชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว   ซึ่งร้านนี้เป็นร้านประจำที่พวกตนมานั่งหลังเลิกงานและในวันเกิดเหตุ พวกตนออกกะเวลา 17.00 น.ก็มานั่งที่ร้าน จนกระทั่งเกิดเหตุ นายอริญชย์ สัญญารัตน์ อายุ41ปี เป็นหนึ่งในพนักงาน ที่ได้รับบาดเจ็บหนักกว่าคนอื่น ถูกต่อยเข้าที่เบ้าตาซ้าย และถูกตีด้วยไม้กวาด ก็ยืนยันว่าตน มานั่งที่ร้านนี้เป็นประจำแต่ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน   ขณะที่ ร.ต.อ.สุวิทย์ มูลทรงเกียรติ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองสมุทรสาคร เจ้าของคดี กล่าวว่าขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมออกหมายจับ โดยทราบชื่อผู้ก่อเหตุ 4 คนแล้ว เป็นคนในพื้นที่เมืองสมุทรสาคร และหนึ่งในนั้นเป็นคนที่พักอาศัยใกล้กัน ได้แก่ 1.นายเจตน์ เมฆสวัสดิ์ อายุ 36 ปี 2.นายภูษิต เมฆสวัสดิ์ อายุ 41 ปี 3. นายณัฐพงษ์ กปิญชรานนท์ อายุ 28 ปี และ 4.นายบัญชา ไข่เพ็ชร อายุ 36 ปี   ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นรับแจ้งจากทางเจ้าของร้านผู้เสียหายว่า ก่อนหน้านั้นมีการพูดคุยกันในเรื่องส่งเสียงดัง เพราะบ้านผู้เสียหายเป็นร้านค้า ส่วนทาวน์เฮาส์ข้างๆ ก็มีเด็กอ่อน ขณะที่ในส่วนของพยานหลักฐานของคดีนี้คือภาพจากกล้องวงจรปิด และผู้เสียหายที่ชี้ตัวยืนยัน   สำหรับข้อกล่าวหาที่ยื่นขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสมุทรสาครนั้น ได้ตั้งข้อกล่าวหาการกระทำความผิดฐาน ร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ,ร่วมกันทำร้ายร่างกาย,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ ร่วมกันข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุมคนร้ายทั้ง 4 ราย ซึ่งทั้งหมดมีประวัติเป็นแก็งลักสายไฟ แต่กลุ่มคนร้ายไหวตัวหลบหนีเข้าป่าละเมาะในบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์จำนวน 4 คัน ซึ่งเป็นรถของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้   ขณะที่เจ้าของร้านของชำ ระบุว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนเกิดเหตุตนเองกำลังอยู่ในห้องน้ำชั้นล่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะจึงเปิดประตูออกมาดู ก็พบคนร้ายถือปืนชี้มาทางตนเอง และบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่ามายุ่ง ตนเองจึงได้หลบเข้าไปในห้องน้ำด้วยความตกใจ หลังจากนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราในละแวกนี้บ่อยขึ้น เนื่องจากเกรงกลัวจะไม่ปลอดภัย   เบื้องต้นมีข้อมูลว่า ชายเสื้อแดงซึ่งเป็นที่กลุ่มคนร้ายถามหา น่าจะไปแซวผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนของหนึ่งในกลุ่มคนร้าย จนเป็นชนวนเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/xY5RtsZ_hLQ

 1,033
ข่าวภูมิภาค
10 ธ.ค. 61

ไฟไหม้รถตู้ขนแกลลอนน้ำมัน วอดทั้งคัน บนถนนพระราม 2 ไร้เงาคนขับในที่เกิดเหตุ

วันที่ 10 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถดับเพลิง รุดไปตรวจสอบเหตุ เพลิงไหม้รถตู้บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้ากทม. ใกล้เคียงปากทางเข้าโรงแรมออคิด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   ที่เกิดเหตุพบรถตู้สีขาว ไฟกำลังลุกไหม้ เจ้าหน้าเร่งฉีดน้ำเพื่อดับไฟ ตรวจสอบเบื้องต้นรถคันดังกล่าวบรรทุกถังน้ำมัน มาหลายสิบใบ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีซึ่งมีเสียงระเบิดดังหลายครั้ง ส่วนคนขับไม่ทราบว่าหายไปไหน   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ขนย้ายถังน้ำมันออกจากตัวรถ หลังจากสกัดกันไฟที่กำลังลุกไหม้ที่ตัวรถ โดยใช้รถดับเพลิง 2 คัน ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงสามารถดับเพลิงได้สงบ และไม่มีผู้ได้รับเจ็บ   สอบถามคนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่โดยเริ่มมีควันขึ้นจำนวนมาก ส่วนคนขับเป็นชายรูปร่างสูงยืนถือสายยางและกรวยเติมน้ำมันหลังจากที่รถเกิดไฟไหม้ชายคนดังกล่าวได้เดินหายเข้าไปภายในซอยของโรงแรมใกล้จุดเกิดเหตุ   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและจะได้ติดตามตัวคนขับมาสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

 5,565
สังคม-อาชญากรรม
10 ธ.ค. 61

แก๊งโจ๋รุมทำร้ายคู่อริหน้าร้านขายของชำกลางเมือง ชักปืนจ่อขู่คนแก่-ผู้หญิง ครอบครัวเจ้าของร้านยังผวา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายคู่อริ ที่นั่งอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำ ก่อนใช้ปืนจ่อคนแก่และเจ้าของร้านด้วย นอกจากนี้ยังรุมสกรัมวัยรุ่นคนอื่นที่อยู่นอกร้าน ทั้งใช้ไม้ฟาดและรุมต่อย ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์แยกย้ายกันหลบหนีไป โดยผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์นี้ยังระบุด้วยว่า คนพวกนี้ไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมือง รุมทำร้ายคน บุกเข้ามาในบ้าน ปืนจ่อคนแก่ และเจ้าของบ้าน วอนแชร์เพื่อช่วยแจ้งชื่อคนร้ายเพื่อเป็นในการจับกุมคนร้ายมาลงโทษ เหตุเกิด คืน 8/12/61 เวลาประมาณ 19.30 น.   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (9 ธ.ค.) เวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.น้ำ (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ชาว ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเปิดร้านขายของ โดยน.ส.น้ำ เป็นผู้โพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นภาพที่มีกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่ 3 คน ที่รู้จักกับแฟนของตนมานั่งดื่มสุราที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าร้าน จากนั้นมี แก๊งโจ๋ ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านหลายคัน แต่มีเพียง 4 คน ที่เดินเข้ามาหน้าร้านพร้อมกับถืออาวุธปืนในมือ 1 กระบอก แล้วหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ตะคอกถามคนที่นั่งอยู่หน้าร้านว่า “พวกมึงไปไหนกัน” ซึ่งคนที่นั่งอยู่ก็ถามกลับไปว่า “อะไรครับ” แล้วกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ยังถามคำถามเดิมว่า “พวกมึงไปไหนกัน เก่งนักเหรอไอ้สัส”   พอพูดจบคำสุดท้าย กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน ก็เข้ารุมทำร้ายคนที่นั่งอยู่หน้าร้าน ซึ่งคนที่นั่งอยู่หน้าร้านเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งหนีเข้ามาในบ้าน แต่ก็ถูกตามมารุมทำร้ายทั้งใช้ปืนข่มขู่และใช้มีดทำครัวฟันแต่ไม่เข้า แต่ก็โดนรุมทำร้ายทั้งเตะทั้งต่อยจนได้รับบาดเจ็บ 2 คน แถมหญิงสาวเจ้าของบ้านและพ่อที่เพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพื่อมาร่วมงานบวชหลานชาย ยังถูกชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนข่มขู่ไม่ให้เข้ามาช่วยคนทั้งสามอีกด้วย   ด้าน น.ส.น้ำ เล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้นพวกตนไม่รู้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครมาจากไหน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในบ้านเป็นอย่างมาก โดยหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านพ้นไปก็ได้นำคนเจ็บเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แล้วก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมกับนำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย   หลังเกิดเหตุตำรวจก็เข้ามาตรวจสอบเบื้องต้นบ้างแล้ว และได้มอบหมายให้ตำรวจสืบสวนดำเนินการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งทั้งนี้ตนเองและคนในครอบครัวยังรู้สึกหวาดกลัวและหวาดผวาเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนับเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เนื่องจากตามเข้ามาทำร้ายคนถึงในบ้าน และยังมีการใช้อาวุธปืนข่มขู่อีกด้วย ส่วนสาเหตุก็อาจจะมาจากเรื่องของการส่งเสียงดังในขณะดื่มสุราก็เป็นไปได้     รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/yKLZnu4WPzE

 3,705
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 61

สลด! หนูน้อยวัย 3 เดือน เสียชีวิตปริศนาคาเบาะนอน หลังตัวร้อนเป็นไข้ 3 วัน

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกขาม รับแจ้งมีเด็กเสียชีวิต ภายในซอยที่ 7 หมู่บ้านกานดา หมู่ที่ 5 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าท์ 2 ชั้น บริเวณชั้นล่างพบศพเด็กหญิงวัย 3 เดือน นอนเสียชีวิตอยู่บนเบาะนอน ตามตัวมีลอยผื่นแดงเต็มตัว และบางจุดเป็นตุ่มแดงแข็งใส มีแม่และญาติ ๆ นั่งมองศพด้วยความเสียใจ ทราบชื่อต่อมาคือเด็กหญิงบี นามสมมติ อายุ 3 เดือน   จากการสอบถามผู้เป็นยายของเด็กหญิงที่เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาน้องบี มีอาการตัวร้อนเป็นไข้ ตนเองจึงได้พาน้องบีไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในย่านพันท้ายนรสิงห์ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจแล้วจึงให้จัดยาลดไข้มาให้น้องบีกิน พอช่วงสายของวันวันพฤหัส น้องบียังมีอาการตัวร้อนเป็นไข้อยู่ ตนเองจึงได้พาน้องบีไปหาหมอที่คลีนิคแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางขุนเทียน กทม. โดยหมอประจำคลีนิคได้ทำการตรวจร่างกายของน้องแล้วบอกว่า น้องยังมีไข้สูงจึงได้จัดยา แก้ปวด ลดไข้ และไม่ทราบว่าเป็นยาอะไรอีกสองขวด รวมเป็น 3 ขวด โดยเสียค่าตรวจและค่ายาไปเป็นจำนวนเงิน 250 บาท และยังบอกมาอีกว่าถ้าน้องบี กินยาเข้าไปแล้วเกิดมีผืนหรือตุ่มขึ้นตามร่างกายไม่ต้องตกใจ เพราะอาจจะเกิดจากอาการซ่าไข้โดยให้น้องบีกินยาดังกล่าวทุก ๆ 6 ชั่วโมง   พอน้องบีกลับมาที่บ้านแล้วกินยาที่คลีนิคจัดมาให้อาการตัวร้อนก็เริ่มลดลง พอมาในช่วงวันศุกร์ช่วงสายตนเองก็สังเกตเห็นตามร่างกายของน้องเริ่มมีตุ่มแดงเป็นไตแข็งขึ้นตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะทางคลีนิคบอกมาว่าไม่ต้องตกใจ ตนเองก็ยังป้อนยาตามปกติก็รู้สึกว่าตัวน้องเริ่มมีผื่นแดงเพิ่มมากขึ้น และมาช่วงเช้ามืดของวันนี้ตนเองได้ป้อนยาให้น้องบีอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ให้น้องนอนอยู่บนเบาะและช่วงเช้า ตนเองได้เข้ามาหาน้องเพื่อจะมาดูน้องแต่พบว่าน้องบีไม่หายใจแล้วจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ   ด้าน สารวัตรสอบสวน สภ.โคกขาม ได้ตรวจสอบสภาพศพของน้องบีไว้ในเบื้องต้น และจะได้เชิญญาติ ๆ ของน้องบี มาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้ และจะได้ส่งศพของน้องบี และยาที่น้องกิน ไปที่สถาบันนิติเวชเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oCF9BY_pbGQ

 771
ข่าวภูมิภาค
05 พ.ย. 61

จยย.ชนท้ายรถพ่วงจอดริมถนน ถูกแผ่นเหล็กตัดคอขาดกระเด็น

สมุทรสาคร-เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ใกล้เคียงบริเวณหน้าปั๊มแก๊ส LPG ช่องทางคู่ขนาน ก่อนขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟคอกกระบือ ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   โดยที่เกิดเหตุก็ต้องพบกับภาพสุดสยองของผู้เสียชีวิต เพราะลำคอถูกตัดขาดออกจากลำตัว ทำให้ศีรษะกระเด็นไปทางหนึ่ง ส่วนลำตัวของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในสภาพแต่งกายเรียบร้อย นุ่งกางเกงขายาว ขาดเข็มขัด สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำคลุมทับเสื้อยืดสีขาว พร้อมกับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสีฟ้าขาว ที่สภาพแหลกเหลวพังยับเยินทั้งคันจนจำรุ่นไม่ได้ ก็อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 10 เมตร และยังมีหมวกกันน็อกตกอยู่อีก 1 ใบ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายยศภัทร ทองอยู่ อายุ 21 ปี   นอกจากนี้ใกล้กับจุดที่พบลำตัวและรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่นั้น ยังพบรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ซึ่งใช้บรรทุกหินคลุกจอดอยู่ริมถนน โดยมีนายผดุงศักดิ์ ช้างเพชร อายุ 27 ปี เป็นคนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่จากการตรวจสอบสภาพด้านท้ายของรถบรรทุกพ่วงด้านท้าย พบรอยเลือดสาดกระเด็นเต็มท้ายและมีเศษเนื้อคนติดอยู่เล็กน้อยบนขอบแผ่นเหล็กที่ยื่นออกมาจากด้านท้ายเพื่อใช้ในการรองรับฝากระบะที่ปล่อยลงมาขณะที่ทำการดั๊มพ์หินคลุก   จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การในเบื้องต้นว่า ตนเองนำหินคลุกมาลงที่แท็งค์งาน ในซอยที่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปเล็กน้อย พอลงหินคลุกเสร็จแล้วก็ขับรถออกมาจอดริมถนนเพื่อพักรถก่อนที่จะขับกลับไปยังบริษัทฯ โดยได้มีการเปิดไฟวับวาบส่งสัญญาณเตือน จากนั้นสักพักก็ได้ยินเสียงคล้ายกับมีวัตถุบางอย่างมาชนด้านท้าย แต่ตนนึกว่ายางระเบิด จึงได้ลองขยับรถเดินหน้าเล็กน้อยก็เป็นปกติดี แล้วก็ลงจากรถมาดูทำให้เห็นว่ามีรถจักรยานยนต์พุ่งมาชนท้ายรถจนมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว จึงได้รีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง ไปสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้งร่างและศีรษะได้ให้เจ้าหน้าที่นำส่งไปชันสูตร นอกจากนี้ยังจะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาร่องรอยของการชน พร้อมกับการตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AB6_jHgcTJ4

 6,130
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 61

คู่รักชาวเมียนมา ขี่ จยย. ชนขอบทางสะพานต่างระดับ ร่วงตกถนน เสียชีวิต 1 ราย

คู่รักชาวเมียนมา ขี่ จยย. ชนขอบทางสะพานต่างระดับ ร่วงตกถนน เสียชีวิต 1 ราย   วันนี้ (27 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกจากสะพานต่างระดับนวรัตน์ กม.ที่ 34 ขาออกกรุงเทพฯ ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.สุพัฒน์ กิตติพันธ์ รองสารวัตรสอบสสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร   ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง สวมเสื้อคลุมแขนยาวลายสก๊อต นุ่งกางเกงขายาวสีขาว นอนอยู่กลางถนน สภาพศพแขนขาผิดรูป กะโหลกศีรษะแตก ใกล้กันมีกองเลือดไหลนองพื้น นอกจากนี้ยังมีหมวกกันน็อคอีก 2 ใบตกอยู่ที่พื้น ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาว KYI MAR WIN อายุ 25 ปี สัญชาติเมียนมา    นอกจากนี้ยังมีชายชาวเมียนมาร์อีกหนึ่งคน คือนาย KYAW HTOO AUNG อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นแฟนของผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเล็กน้อย ที่แขนข้างซ้ายและขาซ้ายมีรอยพกช้ำขากางเกงขาด ขณะที่บนสะพานต่างระดับพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า CB150R จอดพิงบริเวณช่วงโค้งของสะพานกลับรถ    จากการสอบถามเพื่อนร่วมงาน บอกว่า ทั้งคู่เพิ่งจะเลิกงานออกมาและขับรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานต่างระดับเพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว เนื่องจากผู้ชายได้ขับรถจักรยานยนต์เสียหลักชนกับขอบทางสะพานต่างระดับ จนทำให้แฟนสาวที่นั่งซ้อนท้ายมานั้น ตัวกระเด็นตกลงมาจากสะพานต่างระดับที่มีความสูงจากพื้นเกือบ 10 เมตรจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนแฟนหนุ่มเมื่อเห็นแฟนสาวตายก็พยายามจะวิ่งให้รถชนตัวเองเพื่อจะได้ตายตามไปด้วย แต่เพื่อนๆ ช่วยกันดึงเอาไว้    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้ขับขี่อาจจะเสียหลักไปชนขอบทางเองเพราะไม่มีร่องรอยของการเฉี่ยวชน มีเพียงร่องรอยของรถจักยานยนต์ขูดกับแผงกั้น ประกอบกับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมีความแรง ซึ่งคาดว่าผู้ขับขี่อาจจะไม่มีความชำนาญเพียงพอ จึงเกิดเหตุสลดดังกล่าว     

 4,743
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 61

เบรกไม่ทัน! เก๋งป้ายแดงขับรถทับลุงวัย 65 เสียชีวิต

เบรกไม่ทัน! เก๋งป้ายแดงขับรถทับลุงวัย 65 เสียชีวิต    วันนี้ (12 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. ร.ต.อ.สุวิทย์ มูลทรงเกียรติ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุมีรถชนคนเสียชีวิต ที่บริเวณถนนเส้นทางสวนส้ม บริเวณประตูทางเข้าออกนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ตรงร้านเซเว่นฯ ม.3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร    จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร พบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีขาว ทะเบียนป้ายแดง สภาพกระโปรงรถด้านหน้าซ้ายยุบกระจกหน้ารถมีรอยร้าว ที่บริเวณล้อหลังด้านขวาพบศพนายดี ถนอมทอง อายุ 65 ปี    จากการสอบถามนายวิศรุต ตะกรุดพล อายุ 26 ปี คนขับรถเก๋งบอกว่า ตนเองเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร หลังจากเลิกงานจะเดินทางกลับที่พักเมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เห็นคนเดินหันหลังอยู่กลางถนน แต่เบรกรถไม่ทันจึงทำให้ชนจนเสียชีวิต   เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายเป็น รปภ. ของบริษัทภายในนิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร โดยคาดว่าผู้ตายน่าจะเดินหลบหลุมที่มีน้ำท่วมขังข้างทางและเดินขึ้นไปบนถนนจนถูกรถชนเสียชีวิต ซึ่งจะได้ติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศล ส่วนคนขับรถจะได้สอบสวนเพิ่มเติมก่อนที่จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป  

 2,318
ข่าวภูมิภาค
12 ต.ค. 61

คุณปู่สงสัยซื้อของมาทำอาหารเจ เจอของแปลกๆเหนียวเหมือนยาง เคี้ยวไม่ออก

สมุทรสาคร-นายอุดม เกษมศิรินาวิน อายุ 82 ปี พร้อมภรรยาได้เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม หลังสงสัยว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารเจ ที่ซื้อมาจากตลาดรถไฟมหาชัยนั้นมีรสชาติเหมือนแผ่นยาง พร้อมกับได้นำวัตถุดิบดังกล่าวให้ จนท.ตรวจสอบ โดยวัตถุดิบนั้นทำเหมือนฟองเต้าหู้ หนังหมู ไส้หมูฯ จากการตรวจสอบวัตถุดิบดังกล่าวจะเหนียวยืดคล้ายแผ่นยางกัดก็ไม่ขาด   ผู้ร้องเรียนกล่าวว่า ทุกปีในเทศกาลกินเจก็จะไปซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารเจที่ร้านขายแห่งหนึ่งในตลาดรถไฟทุกปี ครั้งนี้ก็เช่นกันได้ไปเลือกวัตถุดิบหลายๆ อย่างรวมกัน 1 ก.ก.ในราคา 80 บาท ได้ทำการปรุงอาหารกินไปแล้ว 2 ครั้ง โดยผัดผัก และผัดหมี่ ใส่วัตถุดิบดังกล่าวลงไป และเมื่อได้นำวัตถุดิบมาทำอาหารอีกครั้ง ซึ่งได้มาทำการต้มเพื่อจะทำจับฉ่าย   แต่จากการสังเกตพบว่า วัตถุดิบที่นำมาต้มนั้นหดตัวผิดปกติจึงได้มาลองเคี้ยวดูพบว่ามันหนึบๆ คล้ายยาง เคี้ยวไม่ขาด คิดว่าวัตถุดิบ ที่ซื้อมานั้นจะไม่ใช่วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารเจ กลัวว่าจะมีอันตรายต่อผู้บริโภคต่อรายอื่นๆจึงได้เดินทางมาให้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสาครช่วยตรวจสอบ   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ไปยังร้านจำหน่ายวัตถุดิบเจดังกล่าว พร้อมกับได้สอบถามเจ้าของร้านถึงแหล่งที่ไปรับมาจำหน่ายทราบว่าเป็นบริษัทฯ ที่มีชื่อในการทำวัตถุดิบเจที่มีจำหน่ายทั่วไป โดยเฉพาะในแถบเยาวราช กทม.   พร้อมกันนี้ได้ขอถุงแพ็คเก็ตที่บรรจุวัตถุดิบทำอาหารเจไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า โรงงานดังกล่าวอยู่แถวเขตจอมทอง กทม.มี อย. และระบุข้างถุงว่า อาหารเพื่อสุขภาพทำจากแห้วหัวบุก ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าสาธารณะสุขเทศบาลนครสมุทรสาคร จะได้ตัวอย่างนำส่งตรวจสอบยังกรมวิทยาศาสตร์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YwfOalypyOs

 9,925
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 61

ชายวัย 56 เหยียบคันเร่งแทนเบรค รถพุ่งเข้ามินิมาร์ทเสียหาย พร้อมรถ 4 คัน

สมุทรสาคร-เกิดเหตุรถถอยชนร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 6 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จนได้รับความเสียหาย   ในที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสีบรอนซ์ทอง สภาพด้านท้ายพุ่งชนติดอยู่กับด้านข้างของร้านบิ๊กซี มินิมาร์ท จนกระจกแตก ข้าวของภายในร้านกระจัดกระจายได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่วนที่ใต้ท้องรถเก๋งยังพบรถจักรยานยนต์ 2 คัน ถูกชนทับไว้จนพังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีรถยนต์สีดำ กับ รถกระบะสีดำ ถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย   ด้านคนขับรถเก๋งบอกว่า ได้ขับรถมาจอดในปั๊มเพื่อเติมลมยางโดยถอยหลังเข้าที่เติมลม ซึ่งพอเติมลมยางด้านขวาเสร็จแล้ว ก็จะถอยหลังออกเพื่อเติมลมยางด้านซ้าย โดยตนนึกว่ากำลังเหยียบเบรคอยู่ แต่ดันพลาดไปเหยียบคันเร่ง ทำให้รถถอยพุ่งไปเฉี่ยวกับรถยนต์ที่เข้ามาจอดทำธุระภายในปั๊ม   จากนั้นก็ไปชนทับรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นของพนักงานประจำร้าน จากนั้นก็ยังไปชนกับด้านข้างของร้านบิ๊กซีมินิมาร์ท แรงกระแทกทำให้กระจกร้านแตก ข้าวของภายในร้านล้มกระจัดกระจายเสียหายดังกล่าว   ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และการชดใช้ค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qLXv99WNBm8

 1,305
ข่าวภูมิภาค
05 ต.ค. 61

โจรงัดตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ถูกกระสุนปริศนายิงดับอนาถ

โจรงัดตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ ถูกกระสุนปริศนายิงดับอนาถ   วันนี้ (5 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. พ.ต.ท.ศุภณัฐ พุ่มน้อย สารวัตรเวร สภ.ย่อยบางน้ำจืด รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณลานดิน ริมถนนคลองเจ็ดศอก ม.2 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมประสานมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ    เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำกางเกงขาสั้น มีรอยสักที่ต้นขาซ้าย ข้างตัวผู้ตายพบประแจปากตาย 1 อัน พร้อมแม่กุญแจ 1 ลูกและเหรียญ 10 บาท ข้างๆ อีก 3 ถึง 4 เหรียญ ตรวจสอบร่างกายเบื้องต้นพบบาดแผลเป็นรอยกระสุนที่บริเวณกลางหลัง   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าผู้โทรแจ้งเป็นผู้หญิงที่พักอาศัยในห้องเช่าบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบพยานแวดล้อมคาดว่า ผู้ตายน่าจะเป็นคนที่มางัดเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ จากร้านค้าใกล้จุดเกิดเหตุ เพราะได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาตอนประมาณ 02.00 น.ของวันเดียวกัน   ด้าน นายทรงทิศ ปิดตาระโส อายุ 53 ปี เจ้าของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเล่าว่า ตอนเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกชายของตนเองได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก จึงได้เปิดหน้าต่างชะโงกออกมาดูจากชั้นสองเห็นคนร้ายกำลังงัดเครื่องซักผ้า มองเห็นคนร้ายมาคนเดียว จึงเรียกตนเองและโทรแจ้งตำรวจ 191 พอตำรวจมาถึงเห็นแต่รถจักรยานยนต์แต่คนร้ายหนีไปแล้ว ก็เดินตามหากับตำรวจคิดว่าคนร้ายไปหลบซ่อนอยู่เพราะทิ้งจักรยานยนต์ไว้ แต่ไม่พบซึ่งคนร้ายงัดตู้ได้เงินไปประมาณ 200 กว่าบาท    จนกระทั่งตอนเช้าก็มีคนมาเรียกว่ามีคนเสียชีวิตเนื่องจากศพอยู่ใกล้กับบ้านตนเองประมาณ 200 เมตร ลูกชายก็เดินไปดู เห็นศพจึงจำได้จากลักษณะของเสื้อผ้าที่ใส่เมื่อคืน จึงรู้ว่าเป็นคนร้าย สำหรับบ้านตนเองนั้นโดนคนร้ายงัดมาแล้ว 2 รอบ รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อสืบหาเจ้าของกระสุนที่ยิงผู้เสียชีวิตต่อไป        

 13,078
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 61

สามียิงเมียดับ ฉุนตามง้อไม่สำเร็จ จ่อยิงเพื่อนฝ่ายหญิงซ้ำ เคราะห์ดีปืนขัดลำกล้องรอดหวุดหวิด

สมุทรสาคร-พบศพหญิงอายุ 45 ปีถูกยิงเสียชีวิต จากการสอบถามลูกชาย บอกว่า ผู้ก่อเหตุคือนายธนพนธ์ เนียมนาค อายุ 46 ปี เป็นพ่อแท้ๆของตน และเป็นสามีของแม่ที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยพ่อกับแม่นั้นได้แยกกันอยู่มาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากพ่อไปมีผู้หญิงใหม่ แม่จึงย้ายขึ้นมาอยู่ที่บ้านยายซึ่งก็คือบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนพ่อก็พักอาศัยอยู่บ้านหลังเดิมที่สร้างไว้ติดกัน จนกระทั่งมาเมื่อไม่นานนี้พ่อได้เลิกกับผู้หญิงคนใหม่ แล้วก็มาง้อขอคืนดีกับแม่ แต่แม่ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ยังคงพูดจากันด้วยดี   จนกระทั่งพ่อต้องไปขึ้นศาลในคดีครอบครองอาวุธปืน แล้วได้ชวนแม่ไปด้วย แต่แม่ไม่ไปเนื่องจากว่าพ่อต้องไปเอาอาวุธปืนที่เก็บไว้ในห้องผู้หญิงคนที่พ่อเคยคบด้วย แม่จึงบอกให้พ่อไปกับผู้หญิงคนนั้นเพราะเรื่องนี้แม่ไม่เกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้พ่อโมโหมาก   ต่อมาเช้าของวันนี้พ่อก็มาก่อเหตุดักรอแม่หน้าบ้านแล้วก็ยิงแม่ตอนที่ออกมาให้อาหารแมว ก่อนที่จะไปส่งลอดช่องที่กรุงเทพฯกับเพื่อนของแม่อีกหนึ่งคน ที่พลอยถูกลูกหลงไปด้วย แต่รอดตายหวุดหวิด ซึ่งหลังจากที่พ่อก่อเหตุยิงทั้ง 2 คนแล้ว พ่อก็ได้กินยาฆ่าหญ้าเข้าไปด้วย จากนั้นจึงขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางเส้นทางอำเภอบ้านแพ้ว   ส่วนทางด้านนางสาวอ้อย (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนกับผู้ก่อเหตุนั้นรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และตนก็มาอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยดูแลผู้เสียชีวิตกับแม่ โดยจะไปส่งลอดช่องด้วยกันทุกวัน จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้านี้ พอตนเปิดประตูบ้านและลงมาที่ลานหน้าบ้านเพื่อเตรียมรถออกไปส่งลอดช่องกับผู้ตาย ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น   สักครู่ตนก็เห็นมือปืนลากปืนมายิงใส่ตน ตนจึงวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยกระสุนพลาดเฉียดแก้มไปเล็กน้อย แต่ไปถูกรถเป็นรูพรุน ตนจึงแกล้งล้มลงทำเป็นเสียชีวิต ซึ่งนายพลได้เดินมาที่ตนพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนจะยิงซ้ำอีก โดยกระชากสไลด์ปืนอีก 2 ครั้ง ปรากฏว่ากระสุนไม่ออก จากนั้นจึงได้เดินไปกินยาฆ่าแมลงก่อนขับรถหลบหนีไป   นางสาวอ้อย ยังบอกอีกว่า ตนมาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้เพราะผู้เสียชีวิตต้องการให้มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ของผู้ตาย เนื่องจากอายุมากแล้ว โดยเมื่อวานนี้ผู้ตายยังพูดกันตนว่า ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วให้ตนดูแลแม่แทนพี่ด้วย ส่วนสาเหตุก็คาดว่า ผู้ตายนั้นมักจะคิดอยู่เสมอว่า ผู้ตายไปมีผู้ชายคนอื่นและที่ออกไปไหนมาไหนกับตนนั้น ก็เพราะพากันไปเที่ยวไปหาผู้ชายคนอื่น ทำให้ผู้ตายไม่ยอมกลับไปคืนดีกับสามีเก่า ซึ่งทุกวันนี้ที่ออกไปนอกบ้านก็ล้วนแต่ไปทำงานส่งลอดช่องด้วยกันเท่านั้น   อย่างไรก็ตามทางฝ่ายคนร้ายที่ได้กินยาฆ่าแมลง เพื่อหวังหนีความผิดก่อนขับรถหลบหนีไป ล่าสุดแพทย์ได้ล้างท้องไว้ได้ ซึ่งจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XDlPub3kdPs

 2,420
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ย. 61

พ่อค้า-เเม้ค้าเรี่ยไรเงินช่วยหมาจรจัดถูกมือมืดฟันคอเย็บ20เข็ม เผยนิสัยเชื่องไม่ดุร้าย

พ่อค้าและแม่ค้าบริเวณหน้าโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 9 จ.สมุทรสาคร ลงขันช่วยกันรักษาสุนัขจรจัด เพศผู้ สีน้ำตาลแดง อายุประมาณ 7 – 8 ปี จำนวน 5,000 บาท หลังคนร้ายฟันคอเกือบขาด สัตวแพทย์ต้องเย็บปิดปากแผล 20 เข็ม       ขณะที่ชาวบ้านเปิดเผยว่า สุนัขตัวนี้ไม่มีนิสัยที่ดุร้าย เป็นที่รักของพ่อค้าแม่ค้า และยังชอบเล่นกับพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายของบริเวณดังกล่าวทุกวัน หากใครมีอาหารก็นำมาให้เจ้าสุนัขกินทุกวัน จนเรียกได้ว่ามันเป็นสุนัขที่เชื่องมาก         ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2BqKqvAioD8

 1,275
ข่าวภูมิภาค
07 ก.ย. 61

แผงหวยแตก! คนแห่รุมซื้อลอตเตอรี่จากพ่อค้าซื่อสัตย์หมดเกลี้ยง ขอซื้อทางไลน์อีกเพียบ

สมุทรสาคร-บรรยากาศการขายลอตเตอรี่ที่แผงหวยของนายธนวรรธน์ หรือ พีท คำแหงพล อายุ 35 ปี เจ้าของแผงขายลอตเตอรี่ 90 ล้านผู้ซื่อสัตย์  ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เอกชัย ถ.เอกชัย ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร   มีลูกค้ามารอกันซื้อหวยกันอย่างเนืองแน่น จนต้องมีการให้บัตรคิวกัน และสิ่งที่เป็นปรากฎการณ์แห่งการขายลอตเตอรี่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน ก็คือ ลอตเตอรี่ชุดแรกจำนวนทั้งหมด 5,000 ใบ กับลอตเตอรี่แบบชุดละ 15 ใบอีก 200 ชุดหมดเกลี้ยง ต้องไปขอซื้อมาเพิ่มอีก 5,000 ใบ กับหวยชุดแบบ 5 ใบ กับ ชุด 15 ใบ รวมกันอีก 300 ชุด เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่มาเฝ้ารอจากทั่วประเทศและต่างประเทศ   โดยนายธนวรรธน์ บอกว่า ทั้งวันมีลูกค้ามารอซื้อลอตเตอรี่กันอย่างเนืองแน่นจนขายไม่ทันและไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งตนต้องขอโทษลูกค้าทุกคนที่ต้องทำให้รอ นอกจากนี้ยังมีลูกค้าที่โทรศัพท์และส่งไลน์มาสั่งซื้อกันอีกเป็นจำนวนมากด้วย ซึ่งตนก็พร้อมยินดีที่จะจัดหาเลขต่างๆ ให้ตามความต้องการของลูกค้า แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมาแบบเลขอะไรก็ได้ ขอให้ตนเป็นคนเลือกให้ก็พอ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kf_0iLhklDY

 2,789
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 61

พ่อค้าหวยซื่อสัตย์ ยันไม่คิดโกงลูกค้า เปิดใจได้รับเงินตอบแทน 1 แสน แย้มก่อนหน้านี้ก็มีคนถูก 90 ล้านมาแล้ว

สมุทรสาคร-จากกรณี นายธนวรรธน์ หรือพีท คำแหงพล อายุ 35 ปี พ่อค้าลอตเตอรี่ ในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถ.เอกชัย ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เก็บรักษาสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 ก.ย. 2561 จำนวน 15 ใบ มูลค่า 90 ล้านบาท ที่ได้ขายไว้แล้วผ่านทางไลน์ ให้ชายชาวแม่กลองคนหนึ่ง โดยไม่ได้มีความคิดที่จะเก็บสลากนั้นไว้เองแต่อย่างใด ถือว่าเป็นพ่อค้าที่มีความซื่อสัตย์อย่างยิ่ง   ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าหนุ่มดวงเฮงได้มอบเงิน 1 แสนบาทให้กับพ่อค้าซื่อสัตย์รายนี้เป็นสินน้ำใจ แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย บางส่วนมองว่า จำนวนเงิน 1 แสนบาทนั้นน้อยเกินไป หากเทียบกับเงินรางวัล 90 ล้าน ควรให้มากกว่านี้ แต่หลายส่วนก็เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าของเงิน จะให้สินน้ำใจเท่าไหร่ก็เป็นเรื่องส่วนตัว และจำนวน 100,000 บาท ก็มีความเหมาะสมแล้ว   ด้านพ่อค้าหวยผู้ซื่อสัตย์เล่าให้ฟังว่า ในงวดดังกล่าวตนเองขายลอตเตอรี่จนถึงบ่าย 2 โมงแล้ว ปรากฏว่ายังเหลือหวยชุด 15 ใบอยู่ 2 เลขด้วยกัน และมีหวยใบอีกกว่า 100 ใบ ตนจึงส่งไลน์ไปถามลูกค้าที่เคยให้เบอร์โทรติดต่อกันไว้ประมาณ 4-5 คน ว่ามีใครสนใจหวยชุดเลขท้าย 10 กับ เลขท้าย 26 บ้างหรือไม่ ซึ่งก็ไม่มีใครตอบกลับ มีแต่คนดวงเฮงรายนี้ตอบกลับมาและตกลงซื้อเลข 10 เพราะเลขท้าย 10 นั้น ไปตรงกับความฝันของเขา จึงทำให้เขาตกลงซื้อ   จากนั้นตนก็ถ่ายรูปส่งไปให้เขาดู แล้วทางคนดวงเฮงก็โอนเงินมาให้ในราคาต้นทุนที่ตนบอกไป เมื่อได้เงินแล้ว ตนก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก จนกระทั่งหวยออกแล้ว ตนกับคนที่อยู่ด้วยกันก็เอาลอตเตอรี่ที่เหลือมาตรวจดูปรากฎว่าไม่ถูกเลยสักใบ แต่พอเห็นว่าเลขท้ายรางวัลที่ 1 นั้น เป็นเลข 10 ก็เลยเอาลอตเตอรี่ของลูกค้าที่สั่งซื้อกันทางไลน์มาตรวจดู ปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 ทำให้ตนและทุกคนตื่นเต้น ดีใจ และตกใจเป็นอย่างมาก   ตนจึงรีบโทรศัพท์ไปบอกลูกค้าสุดมหาเฮงรายนี้ว่า ลอตเตอรี่ที่สั่งซื้อทางไลน์นั้นถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 90 ล้านบาท ซึ่งจากน้ำเสียงของลูกค้าเองก็รู้ได้ว่าตกใจ ดีใจและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากลูกค้าไปเที่ยวต่างจังหวัด จึงได้ให้ตนเก็บไว้ก่อนแล้วจะรีบมารับในวันถัดไป ทำให้ตนต้องเป็นยามเฝ้าลอตเตอรี่ไปถึง 1 คืน กับ 1 วัน แทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะกลัวไปต่างๆ นานา กลัวว่าจะมีใครมาเอาลอตเตอรี่นี้ไป กลัวจะหาย กลัวจะชำรุด กลัวสารพัด   ส่วนเจ้าของเองก็กลัวว่าตนจะเอาไป มีการโทรศัพท์คุยกันเป็นระยะๆ ตลอด ซึ่งตนก็ยืนยันไปว่า ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวลใจ ตนไม่เอาของลูกค้าอย่างแน่นอน ไว้ใจได้ เพราะของชิ้นนี้ไม่ใช่ของตน จนกระทั่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ก็ได้ไปส่งมอบลอตเตอรี่ทั้ง 15 ใบ ให้กับเจ้าของผู้โชคดีที่สนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้โชคดีนั้นก็บอกว่าจะมอบเงินเป็นน้ำใจให้กับความซื่อสัตย์ของตนเองที่ไม่คิดโกงลูกค้า แต่ไม่ขอเปิดเผยจำนวน   ซึ่งนายธนวรรธน์ ยังบอกว่า ตนเองรู้สึกดีใจที่ทำให้คนอื่นรวย ส่วนตัวนั้นไม่เคยคิดที่จะโกงลูกค้าเลย เพราะโกงไปก็ไม่เจริญอย่างแน่นอน จะทำอะไรก็ไม่ดีกับชีวิต เป็นการฆ่าตัวตายทางอ้อม และตัดทางทำมาหากินตัวเอง ในเมื่อโชคไม่ใช่ของเราให้เอาไปได้แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดต้องถูกตำรวจจับอยู่ดี   ซึ่งที่แผงของตนนั้นก็เคยมีผู้โชคดีกลายเป็นมหาเศรษฐี 90 ล้านมาแล้ว ในงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา เป็นคนในพื้นที่ตำบลท่าฉลอม อ.เมืองสมุทรสาคร โดยผู้โชคดีรายแรกนั้นตนมารู้ว่าถูกรางวัลใหญ่ก็หลังจากหวยออกไปได้ 5 วันแล้ว เพราะเขาแวะเอาเงินมามอบให้เป็นน้ำใจแก่ตน นอกจากนี้ยังมีผู้โชคดีรายเล็กรายน้อยอีกจำนวนมาก ซึ่งตนก็รู้สึกยินดีกับทุกคนที่ได้โชคได้ลาภจากแผงขายลอตเตอรี่ของตนไป ส่วนตัวเองนั้นก็จะขอทำหน้าที่เป็นพ่อค้าขายลอตเตอรี่ด้วยความซื่อสัตย์แบบนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4_YC7rSPLFA

 19,511

Top