ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรัง"

ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 62

ตาวัย 76 ปั่นจักรยานยามเช้า ถูกเก๋งชนร่างกระเด็นทะลุกระจกดับ

ตรัง-เกิดเหตุรถเก๋งชนคนปั่นรถจักรยาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 คน เหตุเกิดบริเวณหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว   ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายบำรุง ภูธรารักษ์ อายุ 76 ปี ใส่ชุดปั่นจักรยาน ร่างกระเด็นทะลุไปติดอยู่ที่กระจกด้านหลังรถเก๋ง ฮอนด้า สีบรอนซ์ มีหญิงเจ้าของรถเป็นพนักงานสถาบันการเงิน ทางทีมกู้ชีพเร่งใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกจากตัวรถส่ง รพ.ตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ใกล้กันพบรถจักรยานล้มอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน จำนวน 1 คัน พร้อมหมวกกันน็อก และรองเท้าของคนเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ นายบำรุง ออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกาย จนกระทั่งมาเกิดประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจปั่นจักรยานเปลี่ยนเลนเพื่อกลับรถกระทันหัน ประกอบกับเป็นช่วงที่หมอกลงจัด จึงถูกรถเก๋งคันวิ่งที่มาทางตรงชนเข้าอย่างจัง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-zpPXY3L4Y

 1,958
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

ตาวัย 76 ปั่นจักรยานยามเช้า ถูกเก๋งชนร่างกระเด็นทะลุกระจกดับ

ตรัง-เกิดเหตุรถเก๋งชนคนปั่นรถจักรยาน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 คน เหตุเกิดบริเวณหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว   ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายบำรุง ภูธรารักษ์ อายุ 76 ปี ใส่ชุดปั่นจักรยาน ร่างกระเด็นทะลุไปติดอยู่ที่กระจกด้านหลังรถเก๋ง ฮอนด้า สีบรอนซ์ มีหญิงเจ้าของรถเป็นพนักงานสถาบันการเงิน ทางทีมกู้ชีพเร่งใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกจากตัวรถส่ง รพ.ตรัง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   ใกล้กันพบรถจักรยานล้มอยู่กลางถนนในสภาพพังยับเยิน จำนวน 1 คัน พร้อมหมวกกันน็อก และรองเท้าของคนเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ นายบำรุง ออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกาย จนกระทั่งมาเกิดประสบอุบัติเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นคาดว่า ผู้เสียชีวิตอาจปั่นจักรยานเปลี่ยนเลนเพื่อกลับรถกระทันหัน ประกอบกับเป็นช่วงที่หมอกลงจัด จึงถูกรถเก๋งคันวิ่งที่มาทางตรงชนเข้าอย่างจัง ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3-zpPXY3L4Y

 1,958
สังคม
12 พ.ย. 62

ชื่นมื่น ภาพบรรยากาศงานแต่งงานของสาวหล่อกับแฟนสาว รักกันกว่า 8 ปี ที่จ.ตรัง

  จ.ตรัง งานแต่งงานของสาวหล่อกับแฟนสาว เจ้าบ่าวอายุ 43 ปี ชื่อนางสาว ดวงจันทร์ ฉายแสง เจ้าสาวชื่อ นางสาว ประจินต์ อายุ 44 ปี ทั้งคู่คบกันมา 8 ปี ถึงเวลาตัดสินใจใช้ชีวิตคู่   เมื่อขบวนเจ้าบ่าวเดินทางมาถึงบ้านเจ้าสาว ก็ต้องฝ่าด่านประตูเงินประตูทองมากมาย จนกว่าจะมาถึงตัวเจ้าสาว ซึ่งพิธีการทั้งหมดก็ดำเนินไปเหมือนงานแต่งงานของคู่ชายหญิงทั้งหมด  ภาพบรรยายกาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและหวานชื่น

 2,418
สังคม
09 พ.ย. 62

เด็กใต้ป.6 คารมดี เดินขายห่อหมกคนซื้อเพียบ

ตรัง- เด็กชายชั้นป.6 โรงเรียนวัดไทรงาม จ.ตรัง ทุกเย็นหลังเลิกเรียน ตั้งแต่ 17.00 - 20.00 น. จะไปเดินขายห่อหมกตามร้านอาหาร เดินขายตามโต๊ะต่างๆ ในราคาเพียง 20 บาท   ไม่ว่าจะแวะโต๊ะไหน โต๊ะนั้นก็ซื้อด้วยความเต็มใจ เนื่องมาจากลีลาการขายของเด็กชายคนนี้สุดยอดมาก ไม่ว่าจะเดินไปขายที่โต๊ะไหน เขาก็จะพูดเป็นภาษาใต้ว่า "ขออนุญาตนะครับ ห่อหมกครับ ห่อหมกปลาสาก ไม่มีหัว ไม่มีก้าง ไม่ใส่แป้ง กำลังร้อนๆ อยู่เลยครับ ทานกับข้าวอร่อยแน่ๆ ชิมดูก็ได้ ถ้าไม่อร่อย ไม่เอาตังค์ครับ" 

 545
สังคม
04 พ.ย. 62

'งานแต่งสุดเก๋' เจ้าบ่าวช่างตัดผมกับข้าราชการครู ชาวตรัง

วันแต่งงานเจ้าบ่าวได้ลงมือเป็นช่างตัดผมให้กับเพื่อนเจ้าบ่าวบนร้านที่ทำขึ้นมาจากโครงรถบัสโดยทำสีผล 7 สี ซึ่งมาจากชื่อเล่นของเจ้าบ่าวที่ชื่อว่ารุ้ง และเดินทางไปบ้านเจ้าสาวกับเงินสินสอด 4แสนบาท เนื่องจากเจ้าสาวชอบสีเขียวก็ได้ตั้งใจจะเอาเงินไปแลกที่ธนาคารให้เป็นแบงค์สีเขียวทั้งหมด โชคไม่ดีได้ไม่ครบ ได้มาแสนเดียว อีก 3แสนแลกด้วยแบงค์ 50 และแบงค์ 100  

 1,783
ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 62

ต้นไม้อายุ 100 ปี ล้มทับคนออกกำลังกาย กลางสวนสาธารณะ เจ็บ 4 ราย

ตรัง - ศูนย์นเรนทรตรัง ได้รับแจ้งว่า มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับคนภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เขตเทศบาลนครตรัง จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และมูลนิธิกุศลสถานตรัง เร่งนำผู้บาดเจ็บ 4 คน ออกมา พร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ.ตรัง อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่มาออกกำลังกายและมาเดินเล่น   ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าว เป็นต้นบากยักษ์ อายุประมาณ 100 ปี และมีเส้นรอบวงประมาณ 2 คนโอบ ล้มลงในสภาพทับขวางถนนภายในสวนสาธารณะแบบถอนรากถอนโคน และยังล้มทับรถบรรทุก 6 ล้อ ในสภาพบริเวณส่วนหน้าด้านบนพังยับ และกระจกด้านหน้าแตก ส่วนผู้บาดเจ็บล้วนเป็นผู้มาวิ่งออกกำลังกายในช่วงดังกล่าว เบื้องต้นอาการสาหัส 3 คน   นายสุวิทย์ คีรีกิ้น ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งมาออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เป็นประจำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เตะตะกร้อ และอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาก เมื่อรีบวิ่งมาดูก็พบว่า มีต้นไม้ล้มทับ และมีผู้บาดเจ็บหลายคน ส่วนสาเหตุคงเพราะฝนตกหนักทำให้ดินชุ่ม ขณะที่ต้นไม้ก็ใหญ่มาก จึงล้มลงแบบถอนรากถอนโคนดังกล่าว   ต่อมาเวลา 21.30 น. นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเร่งตัดต้นไม้ยักษ์ที่ล้มกีดขวาง เพื่อปรับพื้นที่สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ให้สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในวันนี้ (26 ต.ค.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จะใช้สวนสาธารณะแห่งนี้จัดงานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 และจะมีนักกีฬาเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก   โดย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ปกติเหตุการณ์ต้นไม้ใหญ่ล้มลงแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และถือเป็นครั้งแรกของปี 2562 ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำภายในสวนสาธารณะแห่งนี้คอยดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอด ซึ่งต้นกะบากยักษ์ต้นนี้ก็ได้รับการตกแต่งมาโดยตลอด และไม่มีทีท่าที่จะล้มลงมาเลย ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ประกอบกับต้นกะบากนั้นจะไม่มีรากแก้ว เมื่อดินชุ่มน้ำมากๆ เพราะฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จึงล้มลงมาได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม ภายในสวนสาธารณะประมาณ 4-5 แห่งของเทศบาลนครตรัง ยอมรับว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ จนถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีต้นไม้ในชุมชนเมืองมากกว่าจังหวัดใดๆ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดความร่มรื่น   นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวอรอุมา ศรีรัตนพงษ์ นางสาววิไลพร ชุมดวง นางอภิชชา ผกาวัลย์ และหญิงสาวอีกคนยังไม่ทราบชื่อ โดย 1 รายมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย สามารถกลับบ้านไปได้ ส่วนอีก 3 คน ยังรอผลการเอ็กซเรย์อยู่ที่ รพ.ตรัง ซึ่งคาดว่าคงไม่มีอะไรรุนแรง นอกจากฟกช้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งตนได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและฝากให้แพทย์ช่วยดูแลเป็นพิเศษแล้ว พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาด้านรักษาพยาบาลหรืออื่นๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุต้นกะบากยักษ์ล้มลงมา เป็นช่วงใกล้ค่ำ ซึ่งปกติจะมีผู้คนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก และยังตรงกับช่วงที่มีพนักงานของทีมงานเอเจนซี่มาจัดเตรียมสถานที่งานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 ในวันนี้ (26 ต.ค.) ด้วย แต่โชคดีที่ต้นไม้ยักษ์ได้ล้มลงมาบนรถบรรทุก 6 ล้อ ของทีมงานเอเจนซี่ พอดิบพอดี ทำให้ความรุนแรงในการกระแทกลดลง และช่วงโคนต้นไม้ที่ล้มก็อยู่สูงกว่าระดับถนนประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บไม่รุนแรงและไม่กี่คน จนมีการกล่าวขานว่า เป็นเพราะบุญญาบารมีของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่หน้าอนุสาวรีย์ของท่าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/kvWLYzjNJLU

 1,763
สังคม
26 ต.ค. 62

ต้นไม้อายุ 100 ปี ล้มทับคนออกกำลังกาย กลางสวนสาธารณะ เจ็บ 4 ราย

ตรัง - ศูนย์นเรนทรตรัง ได้รับแจ้งว่า มีต้นไม้ใหญ่ล้มทับคนภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เขตเทศบาลนครตรัง จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และมูลนิธิกุศลสถานตรัง เร่งนำผู้บาดเจ็บ 4 คน ออกมา พร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่ง รพ.ตรัง อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่มาออกกำลังกายและมาเดินเล่น   ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ พบว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าว เป็นต้นบากยักษ์ อายุประมาณ 100 ปี และมีเส้นรอบวงประมาณ 2 คนโอบ ล้มลงในสภาพทับขวางถนนภายในสวนสาธารณะแบบถอนรากถอนโคน และยังล้มทับรถบรรทุก 6 ล้อ ในสภาพบริเวณส่วนหน้าด้านบนพังยับ และกระจกด้านหน้าแตก ส่วนผู้บาดเจ็บล้วนเป็นผู้มาวิ่งออกกำลังกายในช่วงดังกล่าว เบื้องต้นอาการสาหัส 3 คน   นายสุวิทย์ คีรีกิ้น ชาวบ้านในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งมาออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เป็นประจำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้เตะตะกร้อ และอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาก เมื่อรีบวิ่งมาดูก็พบว่า มีต้นไม้ล้มทับ และมีผู้บาดเจ็บหลายคน ส่วนสาเหตุคงเพราะฝนตกหนักทำให้ดินชุ่ม ขณะที่ต้นไม้ก็ใหญ่มาก จึงล้มลงแบบถอนรากถอนโคนดังกล่าว   ต่อมาเวลา 21.30 น. นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเร่งตัดต้นไม้ยักษ์ที่ล้มกีดขวาง เพื่อปรับพื้นที่สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ให้สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในวันนี้ (26 ต.ค.) สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง จะใช้สวนสาธารณะแห่งนี้จัดงานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 และจะมีนักกีฬาเดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก   โดย นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวว่า ปกติเหตุการณ์ต้นไม้ใหญ่ล้มลงแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย และถือเป็นครั้งแรกของปี 2562 ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำภายในสวนสาธารณะแห่งนี้คอยดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่อยู่ตลอด ซึ่งต้นกะบากยักษ์ต้นนี้ก็ได้รับการตกแต่งมาโดยตลอด และไม่มีทีท่าที่จะล้มลงมาเลย ถือเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ประกอบกับต้นกะบากนั้นจะไม่มีรากแก้ว เมื่อดินชุ่มน้ำมากๆ เพราะฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จึงล้มลงมาได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม ภายในสวนสาธารณะประมาณ 4-5 แห่งของเทศบาลนครตรัง ยอมรับว่ามีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ จนถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีต้นไม้ในชุมชนเมืองมากกว่าจังหวัดใดๆ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดความร่มรื่น   นายกเทศมนตรีนครตรัง กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีจำนวน 4 ราย ได้แก่ นางสาวอรอุมา ศรีรัตนพงษ์ นางสาววิไลพร ชุมดวง นางอภิชชา ผกาวัลย์ และหญิงสาวอีกคนยังไม่ทราบชื่อ โดย 1 รายมีบาดแผลถลอกเล็กน้อย สามารถกลับบ้านไปได้ ส่วนอีก 3 คน ยังรอผลการเอ็กซเรย์อยู่ที่ รพ.ตรัง ซึ่งคาดว่าคงไม่มีอะไรรุนแรง นอกจากฟกช้ำตามจุดต่างๆ ซึ่งตนได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและฝากให้แพทย์ช่วยดูแลเป็นพิเศษแล้ว พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาด้านรักษาพยาบาลหรืออื่นๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเต็มที่ รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุต้นกะบากยักษ์ล้มลงมา เป็นช่วงใกล้ค่ำ ซึ่งปกติจะมีผู้คนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก และยังตรงกับช่วงที่มีพนักงานของทีมงานเอเจนซี่มาจัดเตรียมสถานที่งานปั่นจักรยาน Tour de Andaman 2019 ในวันนี้ (26 ต.ค.) ด้วย แต่โชคดีที่ต้นไม้ยักษ์ได้ล้มลงมาบนรถบรรทุก 6 ล้อ ของทีมงานเอเจนซี่ พอดิบพอดี ทำให้ความรุนแรงในการกระแทกลดลง และช่วงโคนต้นไม้ที่ล้มก็อยู่สูงกว่าระดับถนนประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บไม่รุนแรงและไม่กี่คน จนมีการกล่าวขานว่า เป็นเพราะบุญญาบารมีของ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่หน้าอนุสาวรีย์ของท่าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/kvWLYzjNJLU

 1,763
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,017
อาชญากรรม
25 ต.ค. 62

สามีใหม่ทวงค่าเลี้ยงดูลูกติด บุกแทงสามีเก่า คนในบ้านโดนลูกหลงรวมเจ็บ 4

ตรัง-เกิดเหตุมีคนบุกเข้าไปทำร้ายคนภายในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย   โดยนายจักรพงษ์ ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนมีภรรยาและลูกมาก่อนแล้ว กระทั่งหย่าร้างไป 5 ปี และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูอยู่ตลอด ก่อนจะมามีภรรยาใหม่คือ น.ส.ทัศวรรณ ต่อมาทราบว่าอดีตภรรยาที่หย่าร้างกันไป ได้ไปคบหาเป็นกิ๊กกับนายเดชา ซึ่งเป็นคนที่มีภรรยาอยู่แล้ว   ก่อนเกิดเหตุตนและภรรยายืนล้างขวดนมอยู่บริเวณหลังบ้าน ระหว่างนั้นนายชาญวิทย์ ซึ่งเป็นหลาน เดินเข้ามาบอกตนว่ามีคนมาหา ตนจึงเดินออกไปพบและพูดคุย โดยนายเดชามาขอเงินค่าเลี้ยงดูลูกของอดีตภรรยา แต่ตนปฎิเสธ ก่อนจะบอกว่าหากมีปัญญาก็ไปแจ้งความเอา และเดินหนี ก่อนที่คนร้ายจะเข้ามาตบหน้า และชักอาวุธมีดที่พกติดตัวมาจะแทงตนเอง แต่นายชาญวิทย์ กระโดดเข้ามาขวาง จนทำให้มีดปักเข้าที่ท้อง   กระทั่งเกิดการยื้อแย่งกัน ตนจึงใช้ด้ามไม้กวาดตีคนร้ายเพื่อป้องกันตัว คนร้ายจึงใช้มีดแทงตนเอง หลาน และภรรยา จนบาดเจ็บ และไล่ทุบไปจนออกจากร้าน ซึ่งตนยอมรับว่าตนและคนร้ายเป็นเพื่อนกันสมัยเรียน ก่อนหน้านี้มีเรื่องระหองระแหงกันมาสักระยะแล้ว เนื่องจากคนร้ายมักจะมารังควาน และมักจะมาใส่ร้ายให้ตนเสียหาย ให้รับผิดชอบเรื่องต่างๆ ของอดีตภรรยาและลูก โดยที่ตนไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวอะไรในชีวิตคู่ของเขาทั้ง2 และรับผิดชอบในส่วนของลูกๆไม่เคยห่าง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีออกไป พร้อมกับขับรถแห่ทำงานตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะถูกตำรวจรวบตัวได้อย่างทันควัน ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปะเหลียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vfGYHYbbDBU

 2,017
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 872
สังคม
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 872
ข่าวภูมิภาค
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,600
สังคม
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,600
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

มือปืนอุกอาจ สวมชุดขาวขับเก๋ง กระหน่ำกราดยิงพ่อค้าขายผักกลางเมืองตรัง

ตรัง-เกิดเหตุมีคนโดนยิงได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณซอยสังขวิทย์ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีดำ สภาพประตูฝั่งคนขับมีรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 14 นัด   มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 คน ทราบชื่อคือ นายเชิดศักดิ์ พลายพรรณ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายผักในเขตตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 4 นัด เข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา 2 จุด สะโพกขวา 1 จุด และที่โหนกแก้ม ด้านขวา 1 จุด เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง   ห่างจากรถกระบะ 4 ประตูคันดังกล่าวประมาณ 200 เมตร พบรถเก๋ง โตโยต้า สีแดง สภาพถูกชนด้านหน้าพังยับ และถัดมามีข้าวของหน้าบ้านของชาวบ้านนับ 10 หลัง กระจัดกระจายได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่บริเวณปากซอยสังขวิทย์ ห่างจากรถกระบะประมาณ 300 เมตร   จากการสอบถาม นายสุวิทย์ สิทธิชัย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเป็นเจ้าของรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าจากการโดนถอยชนเล่าว่า ตนเองได้ขับรถตามหลังรถกระบะ 4 ประตู ซึ่งมีนายเชิดศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ เป็นคนขับ และมีเพื่อนนั่งข้างมาด้วย 1 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ได้ขับตามหลังและเข้ามาประกบตีคู่ขึ้นมา   ขณะที่รถกระบะ 4 ประตูของนายเชิดศักดิ์ จอดรอเพื่อเลี้ยวขวา คนร้ายซึ่งสวมชุดสีขาว และสวมหมวกไอ้โม่ง ได้เปิดประตูรถเก๋งลงมากระหน่ำยิงทันที จนทำให้นายเชิดศักดิ์ ต้องขับรถถอยออกมาเพื่อหลบหนี จึงชนกับรถของตนเองเข้าอย่างจัง แถมยังถอยยาวไปชนม้าหินอ่อนหน้าบ้านของชาวบ้าน และข้าวของกระจัดกระจายได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน จนรถกระบะ 4 ประตู ไปติดอยู่กับกำแพงบ้าน ส่วนคนร้ายได้รีบขึ้นรถเก๋งขับเลี้ยวขวาไปทางสามแยกรักษ์จันทน์เพื่อหลบหนีไปทันที   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัว ขณะที่นายเชิดศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ulsayMVCZw8

 1,729
อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

มือปืนอุกอาจ สวมชุดขาวขับเก๋ง กระหน่ำกราดยิงพ่อค้าขายผักกลางเมืองตรัง

ตรัง-เกิดเหตุมีคนโดนยิงได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณซอยสังขวิทย์ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีดำ สภาพประตูฝั่งคนขับมีรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 14 นัด   มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 คน ทราบชื่อคือ นายเชิดศักดิ์ พลายพรรณ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายผักในเขตตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 4 นัด เข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา 2 จุด สะโพกขวา 1 จุด และที่โหนกแก้ม ด้านขวา 1 จุด เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง   ห่างจากรถกระบะ 4 ประตูคันดังกล่าวประมาณ 200 เมตร พบรถเก๋ง โตโยต้า สีแดง สภาพถูกชนด้านหน้าพังยับ และถัดมามีข้าวของหน้าบ้านของชาวบ้านนับ 10 หลัง กระจัดกระจายได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่บริเวณปากซอยสังขวิทย์ ห่างจากรถกระบะประมาณ 300 เมตร   จากการสอบถาม นายสุวิทย์ สิทธิชัย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเป็นเจ้าของรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าจากการโดนถอยชนเล่าว่า ตนเองได้ขับรถตามหลังรถกระบะ 4 ประตู ซึ่งมีนายเชิดศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ เป็นคนขับ และมีเพื่อนนั่งข้างมาด้วย 1 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ได้ขับตามหลังและเข้ามาประกบตีคู่ขึ้นมา   ขณะที่รถกระบะ 4 ประตูของนายเชิดศักดิ์ จอดรอเพื่อเลี้ยวขวา คนร้ายซึ่งสวมชุดสีขาว และสวมหมวกไอ้โม่ง ได้เปิดประตูรถเก๋งลงมากระหน่ำยิงทันที จนทำให้นายเชิดศักดิ์ ต้องขับรถถอยออกมาเพื่อหลบหนี จึงชนกับรถของตนเองเข้าอย่างจัง แถมยังถอยยาวไปชนม้าหินอ่อนหน้าบ้านของชาวบ้าน และข้าวของกระจัดกระจายได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน จนรถกระบะ 4 ประตู ไปติดอยู่กับกำแพงบ้าน ส่วนคนร้ายได้รีบขึ้นรถเก๋งขับเลี้ยวขวาไปทางสามแยกรักษ์จันทน์เพื่อหลบหนีไปทันที   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัว ขณะที่นายเชิดศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ulsayMVCZw8

 1,729

Top