ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไทย"

เศรษฐกิจเข้มแข็ง
10 พ.ค. 61

ท้าชนแจ๊คหม่า! jd.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ของจีนนำทุเรียนไทย 5 แสนลูกขายออนไลน์ เผยแผนตั้งสนง.ใน eec

นายวินเซ็นต์ หยาง ซีอีโอบริษัทเจดี เซ็นทรัล คอมเมิร์ช บริษัทลูกในเครือ JD.com บริษัทค้าปลีกสินค้าออนไลน์และออฟไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนและเป็นคู่แข่งรายสำคัญของกลุ่มอาลีบาบาของนายแจ๊ค หม่า เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนจีนนิยมสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นบริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญและพร้อมที่จะช่วยผลักดันสินค้าไทยให้บุกตลาดจีนได้มากขึ้น จึงมีแผนที่จะมาตั้งสำนักงานของ JD.com ในไทย โดยจะตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้กับบริษัท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่งการเจรจากับรัฐบาลถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าหากดำเนินการได้จะทำให้ทั้ง 2 ประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน   พร้อมกันนี้ JD.com ยังมีแผนที่จะนำสินค้าไทยไปกระจายในจีนมากขึ้น โดยในวันที่ 18 พ.ค.นี้ จะใช้เว็บไซต์ของ JD.com เปิด Thailand Day เพื่อเปิดขายทุเรียนนำเข้าจากไทย 500,000 ลูก และข้าวหอมมะลิ 20,000 ตัน โดยคาดว่าจะสินค้าจะหมดภายใน 2-3 สัปดาห์อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน ยังในเร็วๆ นี้ ยังเตรียมที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการจีนได้นำสินค้าอุปโภค และสินค้าเกษตรไปจัดจำหน่ายในเว็บไซต์ของ JD.com ได้อีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างผู้ปะกอบการไทยกับ JD.com เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านบาทในอีก 3-5 ปีข้างหน้าได้    ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานหอการค้าไทย-จีน ระบุว่า เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยที่เป็นสามชิกกว่า 7,000 ราย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีมีความสามารถในการแข่งขันและนำสินค้าไปจำหน่ายใน JD.com ได้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีจำนวนน้อยมาก ทางหอการค้าฯ จะมีการฝึกอบรมผู้ประกอบการพร้อมนำไปเปิดตลาดที่จีนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังจะจัดตั้ง Thai Pavillage ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยให้คนจีนได้รู้จักและต้องการมากขึ้นด้วย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2-3 เดือนข้างหน้า    ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชื่อว่า จีนเป็นประเทศที่สำคัญมากของโลก ซึ่งเมื่อรวมกับการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ช จะทำให้ไทยได้ประโยชน์มากเมื่อทำการค้าร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันไทยกับจีนมีการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมั่นใจว่าหากมีความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น จะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีน เพิ่มขึ้นเป็น 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 2 ปีข้างหน้า   อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ JD.com นั้นก่อตั้งโดย “ริชาร์ด หลิว” หรือหลิว เชียงตง ในปี 1988 เริ่มจากการเป็นร้านขายอุปกรณ์ไอทีในย่านจงกวานซุนของปักกิ่ง ก่อนที่จุดพลิกผันจะเกิดขึ้นในปี 2003 ที่เกิดเหตุโรคซาร์สระบาดในเอเชีย ทำให้หลิวตัดสินใจก่อตั้งร้านค้าออนไลน์ jdlaser.com ในปี 2004 และพัฒนาต่อมาเป็น JD.com ซึ่งปัจจุบันถือเป็นอีคอมเมิร์ซอันดับ 2 ของจีน ที่มีการเปรียบเปรยว่าคือ Amazon.com เวอร์ชั่นจีน เพราะ JD.com มีการลงทุนโครงข่ายโลจิสติกส์จำนวนมหาศาล ทั้งศูนย์กระจายสินค้าในจีนกว่า 6,900 แห่ง และพนักงานส่งสินค้ากว่า 7 หมื่นคน (จากพนักงานราว 120,000 คน) รวมถึงการจัดแพ็กเกจ ตลอดการสต๊อกสินค้าด้วยตัวเอง ทำให้สามารถส่งของด่วนในเขตประเทศจีนได้ ซึ่งลักษณะธุรกิจของ JD.com แตกต่างจากอาลีบาบา ที่เป็นอีคอมเมิร์ซในลักษณะของ Marketplace ที่ให้ผู้ค้ารายย่อยเข้ามาใช้เป็นช่องทางขายสินค้า   และก่อนหน้านี้กลุ่มอาลีบาบาก็เพิ่งเปิดตัว "Thai Rice Flagship Store" บนเว็บไซต์ Tmall.com เพื่อสนับสนุนการขายข้าวไทยทางออนไลน์ในจีน รวมทั้งมีการนำทุเรียนไทยไปจำหน่ายบน Tmall.com และมีการประกาศจะลงทุนในพื้นที่ EEC มาก่อนด้วย  

 6,405
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
03 พ.ค. 61

ฟอร์บส์เปิดชื่อ 50 อภิมหาเศรษฐีไทยปี 61 "เจียรวนนท์-จิราธิวัฒน์-เฉลิม อยู่วิทยา" ท็อป 3-"ทักษิณ" ร่วง 8 อันดับ

ฟอร์บส์มีเดีย สื่อชั้นนำระดับโลก ประกาศรายชื่อ 50 อันดับอภิมหาเศรษฐีของไทยประจำปี 2561 โดยใช้ข้อมูลทางการเงินและการถือครองหุ้นที่ได้รับจากครอบครัวและผู้ที่ได้รับการจัดอันดับ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ และหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงทรัพย์สินของครอบครัวและทรัพย์สินที่ถือครองโดยสมาชิกครอบครัวในหลายรุ่น ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินในบริษัทมหาชนคำนวณจากราคาหุ้น และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 20 เม.ย. ส่วนทรัพย์สินในบริษัทที่ถือครองส่วนตัวประเมินค่าโดยเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์   กลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทยมีทรัพย์สินรวมกันทะยานขึ้นเป็นกว่า 1.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (5.06 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นหนึ่งในสามจากปีที่แล้ว โดยผู้ที่ติดทำเนียบ 50 บุคคลร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย มีถึงสองในสามที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 4 อันดับแรกมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรวมกันเกือบ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ (7.81 แสนล้านบาท)   หลังผ่านพ้นช่วงเวลาซบเซาสั้น ๆ เศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มกลับมากระเตื้องอีกครั้ง ธนาคารโลกคาดการณ์เป็นครั้งแรกนับจากปี 2555 ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวกว่าร้อยละ 4 ในปี 2561 หลังการส่งออกเพิ่มขึ้นผนวกกับความต้องการในประเทศฟื้นตัวแม้เศรษฐกิจจะโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ทรัพย์สินของบรรดาบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตลาดหุ้นขาขึ้นและเงินบาทที่แข็งค่า   รายชื่อตระกูลและอภิมหาเศรษฐี 10 อันดับแรกของไทย ประกอบด้วย   1. พี่น้องเจียรวนนท์ (เครือ CP) มูลค่าทรัพย์สิน 3.0 หมื่นล้านเหรียญ 2. ตระกูลจิราธิวัฒน์ (กลุ่มเซ็นทรัล) มูลค่าทรัพย์สิน 2.12 หมื่นล้านเหรียญ 3. เฉลิม อยู่วิทยา (เครื่องดื่มกระทิงแดง) มูลค่าทรัพย์สิน 2.1 หมื่นล้านเหรียญ 4. เจริญ สิริวัฒนภักดี (เครื่องดื่มช้าง) มูลค่าทรัพย์สิน 1.74 หมื่นล้านเหรียญ 5. วิชัย ศรีวัฒนประภา (กลุ่มคิงพาวเวอร์+สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้) มูลค่าทรัพย์สิน 5.2 พันล้านเหรียญ 6. กฤตย์ รัตนรักษ์ (สถานีโทรทัศน์ช่อง 7) มูลค่าทรัพย์สิน 3.7 พันล้านเหรียญ 7. สารัชถ์ รัตนาวะดี (บริษัทพลังงาน Gulf) มูลค่าทรัพย์สิน 3.4 พันล้านเหรียญ 8. นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (รพ.กรุงเทพ+สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส+สถานีโทรทัศน์ PPTV) มูลค่าทรัพย์สิน 3.35 พันล้านเหรียญ 9. Aloke Lohia (อินโดรามา เวนเจอร์ส) มูลค่าทรัพย์สิน 3.3 พันล้านเหรียญ 10. วานิช ไชยวรรณ (ไทยประกันชีวิต) มูลค่าทรัพย์สิน 3 พันล้านเหรียญ   ทั้งนี้ ฟอร์บสยังรายงานว่าพี่น้องเจียรวนนท์แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยังครองอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ด้วยทรัพย์สินมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3 หมื่นล้านเหรียญ (9.37 แสนล้านบาท) ด้วยแรงหนุนจากราคาหุ้นของบริษัทสำคัญ ๆ ที่ทะยานขึ้น อาทิ บมจ.ซีพี ออลล์ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ได้อานิสงส์จากบรรยากาศการบริโภคที่สดใส และบริษัทประกันภัย Ping An ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนในธุรกิจฟินเทค   นอกจากนี้ ยังมีรายชื่ออื่นในอันดับ 11-50 ที่น่าสนใจ อาทิ อันดับ 11 สันติ ภิรมย์ภักดี (เครื่องดื่มสิงห์) มูลค่าทรัพย์สิน 2.4 พันล้านเหรียญ, อันดับ 12 ตระกูลโอสถานุเคราะห์ (เครือโอสถสภา) มูลค่าทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ, อันดับ 15 ศุภลักษณ์ อัมพุช (เดอะมอลล์ กรุ๊ป) มูลค่าทรัพย์สิน 2.05 พันล้านเหรียญ   อันดับ 19 ทักษิณ ชินวัตร (เครือ SC Asset) มูลค่าทรัพย์สิน 1.9 พันล้านเหรียญ, อันดับ 22 ประยุทธ มหากิจศิริ (กลุ่มพีเอ็มส์ กรุ๊ปส์ และผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตเนสกาแฟ) มูลค่าทรัพย์สิน 1.7 พันล้านเหรียญ, อันดับ 23 คีรี กาญจนพาสน์ (กลุ่มบีทีเอส) มูลค่าทรัพย์สิน 1.65 พันล้านเหรียญ, อันดับ 24 ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ (พฤกษา เรียลเอสเตท) มูลค่าทรัพย์สิน 1.55 พันล้านเหรียญ, อันดับ 25 อิสระ ว่องกุศลกิจ (น้ำตาลมิตรผล) มูลค่าทรัพย์สิน 1.5 พันล้านเหรียญ   อันดับ 26 ชาตรี โสภณพนิช (ธนาคารกรุงเทพ) มูลค่าทรัพย์สิน 1.47 พันล้านเหรียญ, อันดับ 27 อนันต์ อัศวโภคิน (แลนด์แอนด์เฮ้าส์) มูลค่าทรัพย์สิน 1.45 พันล้านเหรียญ, อันดับ 28 สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (ไทย ซัมมิท กรุ๊ป) มูลค่าทรัพย์สิน 1.3 พันล้านเหรียญ, อันดับ 29 บัณฑูร ล่่ำซำ (ธนาคารกสิกรไทย) มูลค่าทรัพย์สิน 1.2 พันล้านเหรียญ เป็นต้น   อนึ่ง สำหรับนายทักษิณ ชินวัตร มีอันดับลดลงจากปีที่แล้ว 8 อันดับ จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 11 แต่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วราว 200 ล้านเหรียญ

 5,822
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
09 เม.ย. 61

หลายฝ่ายห่วงสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ กระทบไทย ชี้ต้องจับตาใกล้ชิด คาด gdp โต 3.9-4.1%

ในงานงานสัมมนา The Symbol of your Visionary : ก้าวทันเศรษฐกิจ ก้าวนำการลงทุน ปี 2018 ของธนาคารกสิกรไทย นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 4.1% เช่นเดียวกับปีหน้าที่จะขยายตัวได้ในระดับนี้ต่อไป ซึ่งปัจจัยบวกมาจากการส่งออกที่ขยายตัวดีในทุกกลุ่มสินค้าและทุกกลุ่มผู้ประกอบการ ขณะที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐจะเพิ่มมากขึ้นกว่าปีก่อนได้ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจยังเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้   อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐและจีนนั้น แม้จะไม่มีผลกระทบในทางตรง เพราะไทยไม่ได้มีสินค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ในทางอ้อมไทยอาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าดังกล่าวที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกตามไปด้วย ขณะเดียวยังมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วงและต้องจับตาใกล้ชิด เพราะจะกระทบกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรม ห่วงโซ่การผลิตกับประเทศที่กีดกันทางการค้าจะหันไปทำการค้ากับประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ประเทศนั้นๆ มีสินค้าล้นตลาด จะกระทบผู้ประกอบการท้องถิ่นตามไปด้วย รวมไปถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลมากขึ้น และขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา   ขณะเดียวกันเมื่อถูกขึ้นภาษีสินค้าชนิดดังกล่าวจะมีราคาสูงขึ้นจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย   สอดคล้องกับมุมมองของนายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสงครามเศรษฐกิจ ทั้งจากภายนอก และภายในประเทศ ซึ่งเปรียบได้กับสงครามเศรษฐกิจ 9 ทิศ โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่อาจทำให้การค้าโลกชะลอ และจะกระทบการส่งออกไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากไทยเป็นห่วงโซ่อุปทานของทั้งสหรัฐฯ และจีน    ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2018 ว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยจะขยายตัวได้มากกว่าปีก่อนที่ขยายตัว 3.9% ตามแรงส่งจากภาคการส่งออกและท่องเที่ยว ตลอดจนปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการลงทุนของภาครัฐ จากการเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่บางส่วนถูกเลื่อนมาจากปี 2017 ขณะเดียวกันรัฐบาลทยอยผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ EEC และการเลือกตั้งต่างๆ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาตินำเม็ดเงินลงทุนโดยตรงในไทยมากขึ้น    อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะส่วนที่มาจากปัจจัยนอกประเทศที่อยู่เหนือการควบคุม ทั้งการกีดกันทางการค้าของสหรัฐกับจีนรวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ที่จะมีผลต่อทิศทางผลตอบแทนในตลาดการเงินโลกและไทยได้เช่นกัน    ขณะที่ธนาคารโลก เปิดรายงานเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุด คาดปีนี้ จีดีพีจะโตได้ 4.1 % สูงสุดนับจากปี 2555 โดยมีส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

 2,296
ข่าวต่างประเทศ
02 เม.ย. 61

สื่อนอกตีข่าว ‘ไก่ชนไทย’ หัวใจแกร่ง ‘ไร้หัว’ แต่ไม่ตาย

สำนักข่าว Daily Mail รายงานข่าวแปลกที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย กรณีพบไก่ชนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนปากหลุดหายไปและดวงตาทั้งสองข้างเน่าเป็นแผลดำ อยู่ในสภาพหัวแหว่งเป็นที่น่าสยดสยองมานานนับสัปดาห์ แต่กลับไม่ตาย     รายงานข่าวระบุว่า ไก่ชนเคราะห์ร้ายได้รับการดูแลจากพระสงฆ์ในวัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี ก่อนที่เรื่องราวของมันจะถูกส่งต่อในโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล นำมาสู่การช่วยชีวิตเพื่อรักษาลมหายใจของสัตว์เล็กๆ แต่หัวใจแกร่งตัวนี้ให้ยืนยาวต่อไป     ด้านสัตวแพทย์หญิงสุภักดี อรัญทอง เปิดเผยว่า หลังรับไก่มาไว้ในความดูแลก็ต้องใช้วิธีป้อนอาหารและยาปฏิชีวนะเหมือนกับลูกนก โชคดีที่มันค่อนข้างเชื่องและตอบสนองการรักษาได้ดี     พร้อมอธิบายเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นว่าในบางครั้งแม้ไก่จะถูกตัดหัวขาดแต่ยังไม่ตายทันที เป็นเพราะลักษณะที่ไม่ปกติทางกายวิภาคของไก่ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอาการบาดเจ็บเกิดจากอะไร แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะถูกสัตว์อื่นทำร้าย     ทั้งนี้เชื่อว่าไก่ชื่อ “ไมค์” จากรัฐยูทาของสหรัฐฯ น่าจะเป็นไก่ไร้หัวที่มีชีวิตรอดนานที่สุดในโลกคือ 18 เดือน ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2490      

 9,506
ข่าวต่างประเทศ
20 มี.ค. 61

สายการบินดังโต้ไม่ใช่ลูกเรือ คลิปฉาวจัดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ในห้องคาราโอเกะ - สื่อจีนชี้เหตุเกิดที่ไทย

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวความคืบหน้าจากกรณีโลกออนไลน์แฉคลิปกลุ่มชายหญิงเปลือยกายจัดปาร์ตี้เซ็กซ์หมู่ในห้องคาราโอเกะ และยังอ้างว่าคนทั้งหมดที่ปรากฏในคลิปเป็นลูกเรือของสายการบิน "ไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลน์" นั้น     ล่าสุดทางสายการบินได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้น โดยปฏิเสธว่าบุคคลในคลิปไม่ใช่ลูกเรือของสายการบินหรือ เซี่ยงไฮ้แอร์ไลน์ อย่างแน่นอน พร้อมระบุอีกด้วยว่าในคลิปไม่ได้เห็นใบหน้า ชุดยูนิฟอร์ม หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะยืนยันได้ว่าพวกเขาเป็นพนักงานของสายการบิน ดังกล่าวการกล่าวหาแบบลอยๆ เช่นนี้จึงไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังข้อสังเกตอีกว่าสถานที่ที่ปรากฏในคลิปไม่ตรงกับจุดหมายที่ลูกเรือมักได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่     ขณะที่สื่อของจีนระบุว่า คลิปฉาวถูกถ่ายที่ประเทศไทยและผู้หญิงในคลิปก็เป็นโสเภณี แต่การที่คลิปถูกนำมาแฉโดยอ้างว่าเป็นลูกเรือของสายการบินแห่งนี้ก็น่าจะเป็นความพยายามดิสเครดิตเพื่อหวังจะทำลายชื่อเสียง   คำแถลงการณ์ของสายการบิน   สำหรับคลิปวิดีโอความยาวไม่กี่นาทีซึ่งถูกแชร์ในเว็บไซต์ Weibo และ  WeChat  แสดงภาพของกลุ่มชายหญิง 6 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 4 คน เปลือยกายล่อนจ้อนกำลังร้องเต้นกันอย่างสนุกสนานในห้องคาราโอเกะ และยังมีรายงานด้วยว่าอีก 3 คนที่ไม่ได้ปรากฏในคลิป           ชมคลิปมีเซ็นเซอร์ คลิก 

 25,801
Advertorial
12 มี.ค. 61

“cr-v reach out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ” สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้งไทย กัมพูชา และลาว กว่า 1,200 กิโลเมตร

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองความสำเร็จของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจเนอเรชั่น 5 ยนตรกรรมเอสยูวีที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยยอดขายตลอด 10 เดือนกว่า 11,000 คัน จึงจัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ระหว่างวันที่ 24-28 มกราคม 2561     กิจกรรมดังกล่าวเป็นการนำลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง ทั้ง 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร พร้อมสัมผัสธรรมชาติ และวิถีชีวิตอันงดงามของชุมชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงกิจกรรมสนุกสนานและแขกรับเชิญสุดพิเศษ    เราเริ่มต้นการเดินทางในแบบคาราวานครั้งนี้จากศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า บางชัน กรุงเทพมหานคร โดยมีรถในขบวนทั้งสิ้น 23 คัน ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ซึ่งมีทั้งรถของลูกค้าผู้โชคดีที่ส่งรูปถ่ายกับรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ส่งเข้าประกวด และรถของสื่อมวลชน  โดยเรามุ่งตรงสู่จังหวัดสระแก้ว จากนั้นก็เข้าสู่เขตประเทศกัมพูชาผ่านด่านพรมแดนคลองลึก และเดินทางต่อไปยังจุดหมายแรกก็คือที่ปราสาทนครวัด ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเสียมราฐ          ระหว่างเดินทาง เราก็สัมผัสได้ถึงห้องโดยสารที่กว้างขวางของฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ โดยในคาราวานของเรานั้น ก็มีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ซึ่งมาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมระบบเกียร์ CVT ให้การตอบสนองที่ทันใจ และยังเอาใจคนรักพลังงานทางเลือกด้วยการรองรับเชื้อเพลิง E85 อีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อมองหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีให้อย่างครบครัน อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และมาตรฐานความปลอดภัยที่บอกได้เลยว่าล้ำสมัยสุดๆ     ในที่สุดเราก็มาถึงปราสาทนครวัด ที่นี่เราได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของบริเวณตัวปราสาท ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นวิวัฒนาการขั้นสุดยอดของปราสาทเขมร ที่นี่สร้างขึ้นกลางพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นเทวสถานที่เดิมสร้างขึ้นถวายพระวิษณุในศาสนาฮินดู และต่อมากลายเป็นโบราณสถานในศาสนาพุทธ มีลักษณะที่อ้างอิงตามคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล และมีงานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่องรามายณะบนกำแพงชั้นนอกปราสาทระยะทางยาวกว่า 800 เมตร ที่นี่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) อีกด้วย   เช้าวันต่อมาเราเดินทางไปทางทิศเหนือของปราสาทนครวัด เพื่อไปยังอีกหนึ่งพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กันคือ “นครธม” เมืองโบราณที่มีอาณาเขตขนาด 9 ตารางกิโลเมตร สถาปนาขึ้นในสมัยคริสตศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของปราสาทหลักของพระเจ้าชัยวรมัน เรียกว่า “ปราสาทบายน” และมีสิ่งก่อสร้างจำพวกปราสาท รวมถึงสถาปัตยกรรมขอมตั้งอยู่ในเมืองเป็นจำนวนมาก นครธมมีประตูทางเข้า 5 ประตูใน 4 ทิศ มีซุ้มประตูที่มีรูปสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 ด้าน และการสร้างเมืองนครธมนี้เองก็ถือเป็นจุดรุ่งเรืองสูงสุดของอาณาจักรขอมด้วย     เมื่อเราออกจากนครธมและจังหวัดเสียมราฐ เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักในจังหวัดสตรึงเตง ระหว่างนั้นก็ได้เยี่ยมชมพีระมิดขอมเกาะแกร์ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็คือปราสาทขอมรูปทรงคล้ายพีระมิด ซึ่งถูกรายล้อมด้วยซากปรักหักพังของปราสาทและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ มากมายที่พังถล่มอยู่โดยรอบ ที่นี่เคยเป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรขอมที่ถูกสร้างนอกเมืองเสียมเรียบ ก่อนจะถูกทิ้งร้างจนพื้นที่ที่โอบล้อมอยู่มีลักษณะเป็นป่า ลักษณะตัวพีระมิดเป็นหินซ้อนกันเป็นขั้นๆ และปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวใช้บันไดด้านข้างเดินขึ้นไปถึงด้านบน และบนยอดยังเป็นที่ตั้งของศิวลึงค์และฐานสี่เหลี่ยมตามความเชื่อของชาวฮินดู      ซึ่งแม้เราจะตกตะลึงกับภาพที่ได้เห็นเบื้องหน้า แต่การเดินทางของเราต่อจากนี้ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเส้นทางช่วงออกจากตัวปราสาทนั้นมีสภาพที่เป็นดินลูกรังทำให้การขับขี่ยากกว่าปกติ แต่ด้วยรถฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ E-DPS ทำให้นั่งแล้วไม่รู้สึกว่ารถเด้ง หรือโยนตัวบ่อย เมื่อผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยทราย หรือเส้นทางที่ถนนไม่เรียบนัก ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวก ปลอดภัย และสบายใจได้ตลอดเส้นทาง     วันที่สามของกิจกรรม เราเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้าสู่แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของ สปป.ลาว ที่นี่เราเริ่มแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคอินโดจีน ได้รับฉายาว่าเป็น “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย” เป็นน้ำตกหลายชั้นที่ตั้งอยู่บนแก่งหินขนาดใหญ่ ขวางกั้นเส้นทางการไหลของแม่น้ำโขงทั้งสาย และรับน้ำมาจากแม่น้ำโขงตอนล่าง มีความสูงราว 69 ฟุค สูง 21 เมตร ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำหายากหลายชนิด อาทิ ปลาค้อคอนพะเพ็ง หรือโลมาหัวบาตร เป็นต้น     ช่วงบ่ายเราเดินทางต่อไปที่ปราสาทหินวัดพู ซึ่งแม้จะเป็นเส้นทางไกลและบางช่วงก็ต้องพบกับฝุ่นและสภาพเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวยนัก แต่ด้วยสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พร้อมระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และแอร์ที่เย็นฉ่ำทั้งด้านหน้าและหลังรถ ก็ทำให้คณะของเราเดินทางได้อย่างเพลิดเพลินมากขึ้น   ปราสาทหินวัดพูนั้นนอกจากจะเป็นโบราณสถานที่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโกอีกแห่งหนึ่ง และเป็นมรดกโลกแห่งที่สองของ สปป.ลาวแล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลกที่ผ่านยุคของอาณาจักรโบราณถึง 3 อาณาจักร ทั้งเจนละ, ขอม และล้านช้าง เดิมเป็นโบสถ์พราหมณ์ที่สร้างถวายพระศิวะและตั้งอยู่บนเนินเขาภู และถูกเปลี่ยนเป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนานิกายเถรวาท ปราสาทแห่งนี้มีลักษณะคล้ายเทวสถานขอมและสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในสมัยพระเจ้ามเหนทรวรมัน     วันสุดท้ายในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ในช่วงเช้าเราไปรับไออุ่นจากกาแฟหอมกรุ่น พร้อมชมต้นกำเนิดของกาแฟที่มีชื่อเสียงจากไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ พื้นที่ปลูกกาแฟผืนใหญ่สุดในแถบเอเชีย นอกจากนี้ เมืองปากซองยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงกาแฟของประเทศลาว มีผลผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก      จากนั้นห่างไปไม่ไกลก็จะถึงน้ำตกตาดเยือง ซึ่งมีจุดเด่นที่มีสายน้ำที่ไหลเอื่อย ก่อนตกลงมาจากหน้าผากระทบหินและแผ่นดินเบื้องล่างเกิดเป็นละอองสีขาวสวยงาม และยังมีจุดชมวิวที่เราสามารถไปสัมผัสสายลมและละอองน้ำที่แสนเย็นสบาย ปิดท้ายการเดินทางที่น้ำตกตาดฟาน ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดใน สปป.ลาว มีลักษณะเป็นสายน้ำ 2 สาย ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขาด้วยความสูงกว่า 120 เมตร และโดยรอบก็ยังเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย จากนั้นเราจึงยกพลเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี       ตลอดการเดินทาง เราพบว่าฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะมีผู้ที่ใช้เครื่องดีเซลที่ร่วมเดินทางไปกับเราทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันได้ถึง 22 กม./ลิตร และยังมีสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบแม้จะเป็นเส้นทางที่ท้าทายและทรหดเพียงใดก็ตาม   นอกจากนี้ ตลอดการเดินทางยังมีกิจกรรมและความบันเทิงที่ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดมาให้ผู้ร่วมทริปอย่างเต็มที่ เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า เปิดจินตนาการให้แก่ผู้ร่วมทริปได้ออกเดินทางไปบนเส้นทางแห่งจินตนาการ นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง    

 128,317
ข่าวต่างประเทศ
20 ก.พ. 61

ซดเลือดงูเห่า! นาวิกโยธินสหรัฐฯ เรียนหลักสูตรเอาชีวิตรอดในป่า ขณะร่วมฝึกคอบร้าโกลด์ที่ไทย

สำนักข่าว Daily Mail เผยแพร่ภาพชวนตื่นเต้นของเหล่านาวิกโยธินสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ขณะดื่มเลือดสดๆ จากซากงูเห่าระหว่างเข้าร่วมการฝึกผสมทางทหารอันแสนหฤโหด Cobra Gold 2018  ณ กองการบินทหารเรือ อู่ตะเภา ซึ่งจัดติดต่อมาเป็นปีที่ 37 โดยในปีนี้มีกองกำลังหลักจากนานาประเทศเข้าร่วม ได้แก่ ไทย สหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย     สำหรับการฝึกในครั้งนี้เหล่านาวิกโยธินได้รับการสอนวิธีหาน้ำและอาหาร เพื่อเอาชีวิตรอดในป่าเขตร้อน ตั้งแต่การกินเลือดสัตว์ไปจนถึงพืชหน้าตาประหลาด รวมทั้งการกินแมลง สัตว์มีพิษ และสัตว์เลื้อยคลานนานาชนิด     ด้านผู้นำการฝึกซ้อมระบุว่า กุญแจสำคัญในการอยู่รอดในป่าคือต้องรู้ว่าอะไรบ้างที่สามารถกินได้ ขณะที่หนึ่งในนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ได้ลิ้มรสเลือดงูเห่าเป็นครั้งแรกยอมรับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน เพราะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ในอเมริกา    

 16,938
ข่าวภูมิภาค
16 ก.พ. 61

อุตุฯ ระบุอีสาน-กลาง-ตะวันออก อุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาฯ

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียสกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร    อนึ่ง พายุดีเปรสชัน “ซันปา” (SANBA) บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในช่วงวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังอ่อน                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mI27V3g-9ps  

 2,885
ข่าวกีฬา
09 ก.พ. 61

ทีมหวดสาวไทย ฟื้นกลับมาคว้าชัยเหนือ ไต้หวัน 2-1 ศึกเทนนิส เฟดคัพ

ผลการแข่งขันเทนนิส เฟดคัพ ประเภททีมหญิงชิงแชมป์โลก โซนเอเชีย/โอเชียเนีย กลุ่ม 1 ที่คานนา เทนนิส สเตเดี้ยม ชานกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ทีมหวดสาวไทย ฟื้นกลับมาคว้าชัยเหนือ ไต้หวัน ได้สำเร็จ 2-1 โดยทีมสาวไทยจะลงแข่งนัดส่งท้าย รอบแบ่งกลุ่ม สาย B กับ เกาหลีใต้ เพื่อชิงอันดับ 2 ของสาย วันนี้

 3,205
ข่าวกีฬา
09 ก.พ. 61

แข้งโต๊ะเล็กทีมชาติไทย พ่าย อิหร่าน 9-1 ศึกฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2018

ผลการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ไต้หวัน แข้งโต๊ะเล็กทีมชาติไทย พ่าย อิหร่าน แชมป์ 11 สมัย และแชมป์เก่า ขาดลอย 9-1    

 2,838
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 61

สถานทูตสหรัฐจัดงาน 'นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ' ฉลองครบรอบ 200 ปี ความสัมพันธ์อเมริกา-ไทย

นายกลินที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา แถลงข่าวจัดงานนิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 200 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ว่า นิทรรศการดังกล่าวจะจัดแสดงขึ้นระหว่างวันที่ 21 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2561 ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ภายใต้ชื่อ เกรท แอนด์ กู้ดเฟรนด์ (Great and Good Friends)   โดยนิทรรศการดังกล่าวจะเป็นการแสดงของขวัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแก่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจำนวนมากและไม่เคยนำมาจัดแสดงต่อสาธารณชนมาก่อน เช่น จดหมายติดต่อระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา เครื่องถมที่ใช้ในพระราชสำนัก จะนำมาแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zmWOADTrFyM      

 3,183
ข่าวกีฬา
08 ก.พ. 61

ต้านไม่อยู่! ไทย พ่าย ญี่ปุ่น 3-0 ศึกเทนนิส เฟดคัพ ทีมหญิงชิงแชมป์โลก

ผลการแข่งขันเทนนิส เฟดคัพ ประเภททีมหญิงชิงแชมป์โลก โซนเอเชีย/โอเชียเนีย กลุ่ม 1 ที่คานนา เทนนิส สเตเดี้ยม ชานกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในสาย B ไทย ต้าน ญี่ปุ่น ไม่อยู่ แพ้รวด 3-0 รอบต่อไปไทยเตรียมเจอไต้หวัน   

 2,831
สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 61

อุตุฯ ชี้ทั่วไทยอากาศแปรปรวน อุณหภูมิจ่อลดฮวบ 1-3 องศา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม จนถึง วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) "  ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 30 มกราคม 2561        ในช่วงวันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและอุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ส่วนภาคเหนือมีลมตะวันตกพัดเข้ามาปกคลุมทำให้ยังคงมีอากาศหนาวเย็น         อนึ่ง ในช่วงวันที่ 2 - 6 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องและอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น           ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย           ส่วนในช่วงวันที่ 31 มกราคม - 6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 12-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-13 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย  ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี  อำนาจเจริญ และยโสธร  อุณหภูมิต่ำสุด 13-21 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-35 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส  กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากจังหวัดราชบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่  อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 5,947
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 ม.ค. 61

หอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งสูงสุดในรอบ 35 เดือน คาดปี 2561 เศรษฐกิจไทยโต 5%

เศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการส่งออกและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2560 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สูงสุดในรอบ 35 เดือน และคาดปี 2561 เศรษฐกิจไทยอาจโตถึงร้อยละ 5     นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม 2560 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ระดับ 79.2 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 35 เดือนนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 เนื่องจากผู้บริโภคมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากการส่งออก ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี เพราะประเทศผู้ซื้อทั้งในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง จะกลับมาฟื้นตัว ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากขณะนี้เฉลี่ย 60-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเฉลี่ย 32.5 - 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังมั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อการส่งออก เนื่องจากเป็นการแข็งค่าที่สอดคล้องกับภูมิภาค ประกอบกับจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ซึ่งจะเกิดการฝึกอบรม สร้างอาชีพ และมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ 1-2 หมื่นล้านบาท , การลงทุนก่อสร้างบ้านคนไทยประชารัฐเฟส 2 , การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 3-5 จะมีเม็ดเงินในระบบ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรวมความชัดเจนในการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การลงทุนในพื้นที่อีอีซี จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบปีนี้มากถึง 5-7 แสนล้านบาท / ส่วนความกังวลของคนในระดับฐานราก จากราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ เชื่อว่า ราคาจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น และเด่นชัดในไตรมาสที่ 2 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว   หอการค้าไทย คาดว่าเศรษฐกิจปี 2561 จะเติบโตได้ถึงร้อยละ 5 แต่ยังต้องรอตัวเลขไตรมาส 4 ปี 2560 ของสภาพัฒน์อย่างเป็นทางการก่อน จึงจะมีการปรับประมาณการใหม่ โดยปัจจุบันเป้าหมายของหอการค้า ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวร้อยละ 4.2-4.5 การส่งออกเติบโตร้อยละ 5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับร้อยละ 1.5 และจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 37 - 37.5 ล้านคน   

 5,028
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 61

ทั่วไทยจัดงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2561 สุดครื้นเครง - พุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี

ประมวลภาพบรรยากาศการจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 ทั่วไทยเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดกิจกรรมเคานต์ดาวน์หลายจุด อาทิ  สะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี , หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ , ประตูเมือง จังหวัดขอนแก่น  ฯลฯ   ขณะที่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศหลั่งไหลเดินทางไปร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปีเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก อาทิที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร , วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย ฯลฯ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wJbaP3e9Kn0

 5,573