ค้นหา :

ผลการค้นหา "ประจวบคีรีขันธ์"

พระราชสำนัก
13 พ.ย. 62

องคมนตรี ประชุมติดตามผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่โรงเรียนบ้านด่านโง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี   เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (13 พฤศจิกายน 2562) พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและร่วมประชุมเพื่อติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา เขตจังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของคณะครู บุคลากร และนักเรียน โดยมี นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารโรงเรียนฯ คณะครูและนักเรียน ให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนบ้านด่านโง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี    พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ได้กล่าวว่า พระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อดำเนินการโรงเรียนตามพระราชดำริ ให้เด็กได้รับการพัฒนา วิถีความคิด ด้านคุณธรรม จริยธรรม การใฝ่รู้ใฝ่เรียน และเสริมสร้างการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การตรวจเยี่ยมในวันนี้ได้รับทราบข้อมูลทั้งความก้าวหน้าในด้านการเรียนการสอน และรับทราบสภาพปัญหาซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องอัตรากำลังครู ที่บางสาขาวิชายังไม่มีทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งจะได้ดำเนินการต่อไป    นอกจากนั้น องคมนตรียังได้ให้ความสำคัญด้านการสัมพันธ์กับชุมชนที่จะเป็นส่วนสร้างเสริม การขับเคลื่อนคุณธรรมสู่ชุมชนด้วย หลังจากนั้นองคมนตรีได้ลงพื้นที่โครงการพัฒนาห้วยแม่เพรียงตามพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง พบปะชุมชนชาวบ้านรับทราบถึงความต้องการพื้นที่ในการกักเก็บน้ำเพิ่มเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ซึ่งจะได้มีการประสานกับทางชลประทานต่อไป และได้ตรวจเยี่ยมผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นขนมพื้นบ้าน สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง        

 12
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 62

พ่อขับกระบะข้ามฝายพาลูกไปส่ง ร.ร. ถูกกระแสน้ำพัด ช่วยได้ 4 ชีวิต ยังเหลือเด็กวัย 1 ขวบยังไม่ทราบชะตากรรม

ประจวบคีรีขันธ์-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย รับแจ้งเหตุรถกระบะถูกกระแสน้ำพัด บริเวณฝายชะลอน้ำ คลองช้างแรก มีเด็กสูญหาย   ที่เกิดเหตุ บริเวณฝายชะลอน้ำคลองช้างแรก ซึ่งอยู่ภายในซอยอยู่เจริญ พบชาวบ้านกำลังช่วยชีวิต นายนิโรจน์ ดีหะริง อายุ 45 ปี พร้อมด้วยลูกๆขึ้นจากน้ำ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง โดยใช้เวลากว่า 30 นาที จึงช่วยขึ้นมาได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย   1. นายนิโรจน์ ดีหะริง อายุ 45 ปี (พ่อของเด็กและเป็นคนขับรถ) 2. ด.ช.พงศกร ดีหะริง อายุ 11 ปี (ลูกของนายนิโรจน์) 3. ด.ญ. ปวริศา ดีหะริง อายุ 9 ปี (ลูกของนายนิโรจน์) 4. ด.ญ. พิมภาดา ดีหะริง อายุ 7 ปี (ลูกของนายนิโรจน์)   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้เร่งกันงมหา ด.ญ. พิชญาภา ดีหะริง หรือ น้องพิตต้า หนูน้อยวัย 1 ปี 10 เดือน ที่ได้ถูกกระแสน้ำพลัดพาไปโดยยังไม่ทราบชะตากรรม   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายนิโรจน์ ได้ขับรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ ตอนครึ่ง สีบรอนด์เงิน ออกจากบ้าน เพื่อจะไปส่งลูกๆทั้ง 3 คน ยังโรงเรียนบ้านหนองห้วยฝาด เมื่อขับมาถึงบริเวณฝายดังกล่าวได้ขับรถข้ามกระแสน้ำเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่ง ซึ่งปกติได้ใช้เส้นทางนี้สัญจรอยู่เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุกระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้รถเสียการทรงตัวถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปยังด้านล่างฝายดังกล่าวซึ่งลึกประมาณ 3 เมตร   โดยเบื้องต้นสามารถช่วยเหลือ มาได้ 4 ชีวิต ยังคงเหลือ ด.ญ.พิชญาภา ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100 คน ร่วมค้นหาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ให้เด็กรอดชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/joXGcffK9wQ  

 796
สังคม
07 พ.ย. 62

พ่อขับกระบะข้ามฝายพาลูกไปส่ง ร.ร. ถูกกระแสน้ำพัด ช่วยได้ 4 ชีวิต ยังเหลือเด็กวัย 1 ขวบยังไม่ทราบชะตากรรม

ประจวบคีรีขันธ์-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย รับแจ้งเหตุรถกระบะถูกกระแสน้ำพัด บริเวณฝายชะลอน้ำ คลองช้างแรก มีเด็กสูญหาย   ที่เกิดเหตุ บริเวณฝายชะลอน้ำคลองช้างแรก ซึ่งอยู่ภายในซอยอยู่เจริญ พบชาวบ้านกำลังช่วยชีวิต นายนิโรจน์ ดีหะริง อายุ 45 ปี พร้อมด้วยลูกๆขึ้นจากน้ำ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากกระแสน้ำค่อนข้างแรง โดยใช้เวลากว่า 30 นาที จึงช่วยขึ้นมาได้ทั้งหมด 4 คน ประกอบไปด้วย   1. นายนิโรจน์ ดีหะริง อายุ 45 ปี (พ่อของเด็กและเป็นคนขับรถ) 2. ด.ช.พงศกร ดีหะริง อายุ 11 ปี (ลูกของนายนิโรจน์) 3. ด.ญ. ปวริศา ดีหะริง อายุ 9 ปี (ลูกของนายนิโรจน์) 4. ด.ญ. พิมภาดา ดีหะริง อายุ 7 ปี (ลูกของนายนิโรจน์)   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้เร่งกันงมหา ด.ญ. พิชญาภา ดีหะริง หรือ น้องพิตต้า หนูน้อยวัย 1 ปี 10 เดือน ที่ได้ถูกกระแสน้ำพลัดพาไปโดยยังไม่ทราบชะตากรรม   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายนิโรจน์ ได้ขับรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ ตอนครึ่ง สีบรอนด์เงิน ออกจากบ้าน เพื่อจะไปส่งลูกๆทั้ง 3 คน ยังโรงเรียนบ้านหนองห้วยฝาด เมื่อขับมาถึงบริเวณฝายดังกล่าวได้ขับรถข้ามกระแสน้ำเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่ง ซึ่งปกติได้ใช้เส้นทางนี้สัญจรอยู่เป็นประจำ แต่วันเกิดเหตุกระแสน้ำค่อนข้างแรง ทำให้รถเสียการทรงตัวถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปยังด้านล่างฝายดังกล่าวซึ่งลึกประมาณ 3 เมตร   โดยเบื้องต้นสามารถช่วยเหลือ มาได้ 4 ชีวิต ยังคงเหลือ ด.ญ.พิชญาภา ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100 คน ร่วมค้นหาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ให้เด็กรอดชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/joXGcffK9wQ  

 796
สังคม
07 พ.ย. 62

ระดมทีม เร่งค้นหาเด็กถูกกระแสน้ำพัดหาย!

วันที่ 6 พ.ย. 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงาน ด.ญ.พิชญาภา ดีหะริง หรือ น้องพิตต้า เด็กหญิง 1 ขวบ 10 เดือน สูญหายในน้ำคลองช้างแรก เนื่องจากรถยนต์กระบะที่พ่อขับพาพี่ชายและพี่สาวและน้องพิตต้ารวม 4 คน ไปส่งโรงเรียนประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากฝายคลองช้างแรก    โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. หรือผ่านไปกว่า 9 ชม.แล้ว แต่การค้นหายังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง แต่พบว่าในช่วงบ่ายมีอุปสรรคเพิ่มจากปัญหาน้ำไหลเชี่ยวคือ ฝนตกหนักลงมา ทำให้การค้นหาต้องหยุดชั่วคราว   นางดาวธิดา ธรรมศิริ สารวัตรกำนัน ต.ช้างแรก กล่าวว่า ตนได้รับโทรศัพท์จากญาติที่มากรีดยางใกล้จุดเกิดเหตุซึ่งเห็นเหตุการณ์ บอกว่ามีอุบัติเหตุ ตนจึงรีบมาช่วยทันที โดยเห็นพ่อเด็กก่อนกำลังตะเกียดตะกายขึ้นจากน้ำ พ่อเด็กบอกให้ตนไปช่วยลูก ๆ ตนกับชาวบ้านอีก 3 คน จึงพยายามค้นหา เจอลูกชายคนโตกำลังเกาะไม้ไผ่อยู่ จึงช่วยบอกจุดให้ขึ้นฝั่งได้ จากนั้นรีบหาเด็กหญิงที่เหลืออีก 2 คน มาเจอกำลังเกาะไม้ไผ่อยู่ในน้ำ ตนจึงรีบหาเชือกมาแล้วลงไปผูกตัวเด็กช่วยขึ้นมาได้ในที่สุด ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีเด็กเล็กอีกคนมาด้วย พอมาเจอพ่อเด็กได้ถามหา จึงได้รู้ว่าเด็กหายไป 1 คน จึงได้รีบแจ้งกำนันและนายอำเภอบางสะพานน้อย เพื่อเร่งให้การค้นหาอย่างเร่งด่วน   โดยขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย กว่า 100 คน จากหน่วยกุศลสงเคราะห์บางสะพานน้อย หน่วยสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานทับสะแก กู้ภัยสว่างประตูภาคใต้ ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ จุดไชยราช ตำรวจตระเวนชายแดน 147 ร่วมกตัญญู จ.ชุมพร กำลังปกครองอำเภอบางสะพานน้อย โดยขณะนี้กำลังรอทีมนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี และสว่างเมธีสามร้อยยอด มาเสริมทีมค้นหา

 25
ข่าวภูมิภาค
13 ก.ย. 62

พระวัดอ่าวน้อย ใช้มือถือแอบถ่ายหน้าพระประธานในโบสถ์ เจอคนร้ายทำทีทำบุญ ที่แท้ย่องขโมยเงินบริจาค

ประจวบคีรีขันธ์-ชาวบ้านช่วยกันจับตัวคนร้ายคือ นายรังสรรค์ แก้วขาว อายุ 52 ปี ชาวบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เมื่อวานนี้หลังก่อเหตุลักขโมยเงินในตู้บริจาคของวัดอ่าวน้อย (วัดเขาถ้ำวิปัสสนา) หมู่ 2 บ้านอ่าวน้อย ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นคลิปวีดีโอนาทีก่อเหตุ ที่บันทึกได้จากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่พระลูกวัดได้ตั้งแอบไว้หลังเจ้าอาวาสวัดสงสัย เปิดตู้บริจาคเงิน พบว่ามีเงินหายไปทุกเดือน   สำหรับพฤติกรรมของนายรังสรรค์ นั้นจะทำเนียนเข้ามาไหว้พระตอนเช้า และทำทีกวาดพื้นพระอุโบสถ์ไม้สักทอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาเช้าที่พระออกไปบิณฑบาตยังไม่ได้กลับวัด แฝงตัวมากับญาติโยม เมื่อสบโอกาสไม่ใครอยู่บนพระอุโบสถ์ จึงลงมือเมื่อปลอดคน   โดยแอบย่องเข้ามาภายในพระอุโบสถ์ ขโมยเงินในตู้บริจาคซึ่งเป็นตู้เชฟขนาดใหญ่ไม่สามารถยกหนีหายได้ โดยเงินภายในตู้นั้นญาติโยมได้ทำบุญบริจาคบำรุงวัด สำหรับเป็นค่าน้ำ-ค่าไฟ โดยได้ใช้อุปกรณ์เป็นไม้พันด้วยเทปกาว สอดลงไปในช่องบริจาค เทปกาวปลายไม้จะติดเงินที่เป็นธนบัตรมูลค่าๆ ขึ้นมา ทั้งฉบับละ 100 , 500 และ 1,000 บาท ขึ้นมาได้สำเร็จ   ด้านพระพงษ์ศักดิ์ ธิติคุณากร พระประจำพระอุโบสถ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์คนขโมยสิ่งของภายในวัด เงินไม่เคยหาย กระทั่งระยะหลังพบว่ามีเงินในตู้บริจาคหายบ่อยครั้ง ท่านเจ้าอาวาสกับพระลูกวัดหลายคนจึงได้ช่วยกันหาทางจับคนร้าย จึงได้คิดตั้งโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกคลิปวิดีโอเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน และในที่สุดก็สามารถจับตัวได้   ทั้งนี้เมื่อจับคนร้ายได้แล้ว ทางวัดจึงได้มีมาตรการป้องกันด้วยการเชื่อมแผ่นสแตนเลสอย่างหนา เชื่อมปิดช่องหยอดเงิน จากเดิมที่เป็นช่องขนาดใหญ่ให้ลดขนาดแคบลง เหลือพื้นที่เพียงให้ใส่ธนบัตรได้เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถใส่ไม้แหย่ลงไปในตู้ได้อีก เพื่อป้องกันการขโมยเงิน อีกทั้งตู้บริจาคดังกล่าวมีขนาดใหญ่มากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dZNq6B9XZ2g

 1,906
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

แม่ฝากเลี้ยงลูกชาย 2 ขวบ แต่พี่เลี้ยงบ่ายเบี่ยงไม่ให้เจอ สุดท้ายสมองบวม โคม่า ตั้งปมถูกทำร้าย

ประจวบคีรีขันธ์-จากกรณีผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ก Jam Jamjuree ได้โพสต์ภาพลูกชายที่อยู่ในอาการโคม่า สมองบวม โดยมีการระบุว่าอาจโดนพี่เลี้ยงทำร้าย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวถูกผู้ใช้รายอื่นเข้ามาดูและแชร์ต่อไปอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เด็กชายเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถาม น.ส.จามจุรี บุตรเกตุ อายุ 24 ปี ชาวอำเภอบางสะพาน เป็นแม่ของ น้องเนส ด.ช.พีระพล แดงดงยิ่ง อายุ 2 ขวบ 6 เดือน   โดย น.ส.จามจุรี กล่าวว่า ตนเองต้องเดินทางมาทำงานที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จำเป็นต้องจ้างพี่เลี้ยง มาช่วยเลี้ยงน้องเนสบุตรชาย วัย 2 ขวบครึ่ง ก่อนหน้านี้ตนได้กลับไปเยี่ยมลูก แต่พี่เลี้ยงกลับบ่ายเบี่ยงมาตลอด ทำให้ไม่ได้พบหน้าน้องเนส กระทั่งรถพยาบาลของหน่วยกู้ภัยใน อ.บางสะพาน ได้มารับน้องเนสที่บ้าน ด้วยสาเหตุเพราะน้องเนสเกิดมีอาการชัก ได้นำส่งแพทย์ที่โรงพยาบาลบางสะพาน แต่อาการไม่ดีขึ้น   จากนั้นได้ส่งต่อมายังโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทีมแพทย์และพยาบาลได้ทำการรักษาและได้ใช้เครื่องช่วยหายใจน้องเนสไว้ ผ่านมา 2 วัน กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 5 กันยายน น้องเนสอาการทรุดลง ไม่ตอบสนองใดๆ กับการรักษา   ทั้งนี้ตนสงสัยว่า น้องเนสน่าจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกาย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ยอมให้ตนพบลูก ซึ่งตนก็สงสัย โดยพี่เลี้ยงยอมรับว่า ตีน้องเนสบ้างเวลาที่น้องซน   ทางด้านนางปนัดดา หมานหย๊ะ อายุ 34 ปี ป้าของน้องเนส กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องตนได้รีบเดินทางจากกรุงเทพ เพื่อมาดูหลานชาย ซึ่งขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยวิกฤต อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เครื่องมือแพทย์ สวมสายออกซิเจนช่วยหายใจ   อาการน้องเนสล่าสุดนั้น พบว่า อาการน้องเนสอยู่ในภาวะวิกฤต สมองบวม ไม่ตอบสนองตั้งแต่วันแรกที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้คงอยู่ในสภาพอาการไม่รู้สึกตัว อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ส่วนแม่น้องเนสยังอยู่ในอาการเสียใจ พูดจาไม่รู้เรื่อง ตอบข้อสักถามได้ไม่ชัดเจน ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยวิกฤต ว่ายังคงดูแลน้องเป็นอย่างดี โดยสวมเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา   จึงอยากให้ตำรวจเร่งรัดติดตามตัวพี่เลี้ยงรายนี้มาสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากครอบครัวสงสัยว่า น้องเนสอาจจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอตำรวจเร่งสอบปากคำพี่เลี้ยงรายนี้เพื่อให้ความจริงปรากฎขึ้นมาโดยเร็วที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HPnSCz49fV8

 2,331
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 62

ฝนตกหนัก ไฟรั่วห้องน้ำสังกะสี ช็อตเจ้าของร้านโต๊ะจีน ญาติวิ่งมาช่วยดับรวม 2 ราย

ประจวบคีรีขันธ์-ตำรวจ สภ.อ่าวน้อย รับแจ้งเหตุคนถูกไฟช็อตเสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุอยู่หลังอาคารพาณิชย์ หมู่ 16 บ้านบึงใหญ่ ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กำลังมีการก่อสร้างโกดังเก็บอุปกรณ์สำหรับทำโต๊ะจีนของร้านนกเล็ก โดยการก่อสร้างอยู่ในขั้นตอนปักเสา มุงหลังคากระเบื้อง   มีการลากสายไฟไปยังห้องน้ำชั่วคราวซึ่งกั้นฉากด้วยแผ่นสังสะสี โดยพบว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมา เป็นเหตุให้ไฟที่รั่วได้ช็อตร่างคนงาน จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางสำลี สายสกล อายุ 65 ปี และนายณัฐภพ เหล่างาม อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางสำลี เจ้าของร้านนกเล็กโต๊ะจีน กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของการก่อสร้างโกดังเก็บของซึ่งอยู่ด้านหลังบ้าน เมื่อเดินไปเปิดประตูห้องน้ำซึ่งทำด้วยแผ่นสังกะสีทั้งหลัง ถูกไฟดูดเข้าอย่างจัง จนล้มลงกับพื้น ทำให้นายณัฐภพซึ่งเป็นญาติกันและทำงานอยู่ใกล้ รีบเข้ามาช่วยเหลือ โดยเอื้อมมือไปจับที่ลำตัวทำให้ถูกไฟซ็อตเข้าอีกราย และล้มลงเสียชีวิตใกล้เคียงกัน   สำหรับสาเหตุสลดครั้งนี้เกิดจากกระแสไฟรั่ว เนื่องจากมีการพาดสายไฟชั่วคราวจากโกดังเก็บของ ผ่านขื่อหลังคามายังห้องน้ำใต้แผ่นลอนสังกะสี ประกอบกับมีฝนตกลงมาต่อเนื่องหลายวัน คาดว่าทำให้สายไฟที่เปียกน้ำ มีสายบางช่วงขาด จนเกิดกระแสไฟรั่วไปยังสังกะสีซึ่งเป็นโลหะ และเป็นเคราะห์ร้ายที่ไฟได้ช็อตร่างเหยื่อทั้งสองราย ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W-MLa0cWnsY

 3,781
ข่าวภูมิภาค
05 ส.ค. 62

สาวปัตตานีแสดงตัว เป็นเจ้าของ จยย. งงถูก จนท.ยิงทำลายคาสถานีรถไฟหัวหิน

ประจวบคีรีขันธ์-พบวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนท. EOD ค่ายนเรศวร เข้าตรวจสอบแล้ว และมีเสียงดังขึ้น 3 ครั้ง คาดว่า จนท.ได้ยิงทำลายวัตถุต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และฝ่ายความมั่นคง ได้ทำการปิดล้อมรอบพื้นที่สถานีรถไฟหัวหิน ด้านละกว่าเกือบ 200 เมตร นานกว่า 2 ชั่วโมง     สำหรับวัตถุต้องสงสัย เบื้องต้นเป็นรถจักรยานยนต์ ป้ายทะเบียนปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 3 คัน ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์จากนอกพื้นที่ ถูกจอดไว้ที่หน้าสถานีรถไฟหัวหิน ล่าสุดมีการตรวจสอบ ข้อมูลกับป้ายทะเบียนไม่ตรงกัน ทั้งนี้ การปิดถนนรอบสถานีรถไฟหัวหิน ทำให้ผู้โดยสารติดค้างอยู่ด้านนอกเป็นจำนวนมาก พร้อมสั่งห้ามบันทึกภาพรอบพื้นที่ รอการแถลงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ได้มีการสั่งหยุดขบวนรถไฟทุกขบวนที่จะเข้าสถานีรถไฟหัวหินเป็นการชั่วคราว   ต่อมา นส.นูรีฮัน อายุ 31 ปี หนึ่งในเจ้าของรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า ตนเป็นเจ้าของรถ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125ไอ สีแดงดำหมายเลขทะเบียน 1กข 8964 ปัตตานี โดยก่อนหน้านี้สามีได้ขี่รถคันดังกล่าว มาจอดไว้เพื่อกลับบ้านที่ จ.ปัตตานี เพื่อไปงานศพญาติ แต่ตนไม่ได้ไปด้วยเนื่องจากเพิ่งคลอดลูกสาว     กระทั่งเมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) เตรียมจะเดินทางกลับบ้านตามไปด้วย เมื่อมาถึงสถานีรถไฟหัวหิน ถึงได้ทราบว่า รถจักรยานยนต์ของตนเอง ถูกยิงทำลาย เพราะต้องสงสัยว่าอาจจะมีวัตถุระเบิดดังกล่าว รู้สึกงงและตกใจมาก โดยในเบื้องต้นได้แสดงตัวพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว โดยให้เบอร์โทรศัพท์กับตำรวจไว้แล้วแต่ขอกลับบ้านไปร่วมงานศพก่อนจึงจะกลับมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง   ทั้งนี้ในส่วนของรถจักรยานยนต์ที่เหลืออีก 2 คัน ยังไม่มีใครมาแสดงตัว กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวบุคคลที่นำรถจักรยานยนต์มาจอดไว้ดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NFipThrHt4o

 4,698
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

นร.หญิงหวั่นเสียโฉม หลังถูกเพื่อนทำร้าย โดนกระจกบาดหน้า คู่กรณีจ่ายแค่ 5 พัน ให้เรื่องจบบอก "แค่เด็กเล่นกัน"

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า หลานสาวเรียนอยู่โรงแห่งหนึ่งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเพื่อนชายร่วมชั้นเดียวกันทำร้ายร่างกาย โดยการใช้เท้าเตะก้นและผลักตัวหลานสาว ไปโดนกระจกจนแตกบาดหน้าและแขน ซึ่งผู้ปกครองของเด็กชายที่ก่อเหตุเป็นคนมีฐานะ หลังเกิดเหตุได้พุดคุยกับแม่นักเรียนหญิงผู้เสียหายบอกว่า “เด็กแค่เล่นกัน” ยื่นคำขาดขอจ่ายเงินช่วยเหลือจำนวน  5,000 บาท เพื่อให้เรื่องจบ   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ที่โดนทำร้ายจนบาดเจ็บ เล่าว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคาบว่างไม่มีเรียน ก่อนเกิดเรื่องตนเดินออกมาจากห้องเรียน กำลังไปหารุ่นน้องชั้น ม.4 คนหนึ่ง   ระหว่างนั้นมีเพื่อนชายร่วมชั้นเดียวกันเดินมาเตะก้นอย่างแรง 1 ครั้ง ตนจึงหันไปมองและดึงแขนนักเรียนชายคนดังกล่าวโมโหที่มาทำแบบนี้ ซึ่งตนเดินปกติไม่ได้ไปหาเรื่องก่อน ยื้อกันไปมาจากนั้นนักเรียนชายคนดังกล่าวได้เหวี่ยงตัวตนอย่างแรง ล้มไปโดนประตูกระจกห้องเรียนจนแตก   ทำให้เศษกระจกบาดบริเวณข้อศอกขวาเป็นแผลเย็บ 9 เข็ม  และบาดที่ใบหน้าเย็บ 3 เข็ม  ส่วนที่ใต้คางเย็บ 5 เข็ม เลือดเปรอะเปื้อนชุดนักเรียนเต็มไปหมด ก่อนครูจะเดินมาเห็นและให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับนักเรียนชายที่ก่อเหตุและไม่มีการขอโทษใดๆ   ตนอยากอยากกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ไม่อยากมีแผลเป็น รู้สึกแย่ที่ใบหน้าเป็นแผล ตอนนี้หยุดเรียนมา 4 วันแล้ว เพราะเจ็บแขน ไม่กลัวโดนทำร้ายซ้ำหากกลับไปเรียนด้วยกันอีกเพราะตนไม่ได้ผิด เขาต้องมาขอโทษและรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ ยืนยันวันเกิดเหตุตนไม่ได้เล่นกับเพื่อนนักเรียนชายจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น   ขณะที่แม่ของนักเรียนหญิงคนดังกล่าว กล่าวว่า จิตใจลูกสาวค่อนข้างแย่มาก ลูกสาวเป็นคนรักสวยรักงามต้องมาเจอสภาพใบหน้าและลำตัวมีแผลเป็น ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียนชายคนดังกล่าวแล้ว ต้องการให้รักษาลูกสาวกลับมาเป็นปกติ   ตนอยากถามเด็กที่ก่อเหตุว่าทำไมถึงทำรุนแรงขนาดนี้ แต่ผู้ปกครองกีดกันไม่ให้คุยและไม่ให้พบหน้า ตนเห็นสภาพลูกสาวเหมือนโดนมีดกรีดใจ ตนเลี้ยงลูกมาทุ่มเทเอาใจใส่ เพราะเป็นเด็กผู้หญิงและเรียนเก่ง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากหากลูกสาวไม่เอาแขนลง ศีรษะอาจไปโดนกระจกได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vECMSG8D2ik

 6,719
ข่าวภูมิภาค
15 มิ.ย. 62

คิวรถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน แจงหลัง "ประกาศปิดกิจการ-ยุติวิ่งสิ้นเดือนนี้ เจ๊งเพราะ คสช." - รัฐบาลแจงจัดระเบียบรถตู้เพื่อประโยชน์ผู้โดยสาร

ประจวบคีรีขันธ์ - ผู้สื่อข่าวรายงาน เฟซบุ๊ก รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน - บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 30 มิ.ย. 62 เตรียมปิดกิจการ ขอประกาศเลยว่า ธุรกิจเจ๊งเพราะ คสช. ของรัฐบาลประยุทธ์ ขอบคุณทุกท่านที่เคยใช้บริการ RIPรถตู้สาธารณะ    โดยหลังข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฎว่า ได้มีผู้ใช้บริการเข้ามาตอบกลับ แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ที่คิวรถตู้โดยสารสาธารณะ ซอยหัวหิน51 เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่า จุดจำหน่ายตั๋วของรถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน - บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต ได้ปิดให้บริการ เพียง 1 บริษัท ส่วนผู้ประกอบการรถตู้รายอื่นยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยวันนี้มีลูกค้าที่เป็นชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศทยอยเดินทางมาใช้บริการเรื่อยๆ เพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานคร    ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยังต้นสังกัด ปรากฎว่าผู้บริหารคิวรถตู้บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต รายหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สิ้นเดือนมิถุนายนนี้รถตู้ของบริษัทฯ จะอายุครบ 10 ปี ขนสั่งจะไม่ต่อใบอนุญาตขนส่งสาธารณะให้ ทำให้ไม่สามารถวิ่งรถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามปกติ จากเดิมที่เคยมีรถตู้วิ่งในคิวกว่า 100 คัน โดยมีจุดหมายปลายทางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายหลังจากที่ คสช.ได้จัดระเบียบคิวรถตู้ทั่วประเทศ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องย้ายคิวไปอยู่ปลายทางที่ปิ่นเกล้าแทน และคิวรถทุกคันต้องมาอยู่รวมกัน ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ลูกค้าน้อยลง สุดท้ายจึงไม่สามารถประกอบกิจการต่อไปได้      รัฐบาลแจงจัดระเบียบรถตู้เพื่อประโยชน์ผู้โดยสาร    พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นใจความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ แต่การจัดระเบียบรถตู้โดยสารของรัฐบาลและ คสช. มีเจตนาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้โดยสาร สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่งเสริมการบริการที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/syW6pGe1K7Y

 16,724
ข่าวภูมิภาค
11 มิ.ย. 62

ชาวบ้านผวา กองทัพหนอนนับหมื่นตัว กินต้นไม้ใบโกร๋น บุกบ้านยั้วเยี้ย

ประจวบคีรีขันธ์-ชาวบ้านแจ้งว่ามีกองทัพหนอนนับหมื่นตัว กำลังคืบคลานเข้าบ้าน ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรปราณบุรี ต.เขาน้อย อ.ปราณบุรี   ตรวจสอบพบว่า ต้นตออยู่ที่ต้นคูนที่ปลูกไว้ริมถนนภายในเพื่อความร่มรื่นสวยงาม พบมีหนอนจำนวนมากทั้งที่ยังเป็นดักแด้สีเขียวอ่อน และที่กลายเป็นหนอนสีดำเขียว ความยาวประมาณ 4 เซนติเมตร จำนวนมากส่วนใหญ่เกาะอยู่บนต้นคูน กัดกินใบจนต้นโกร๋น   บางส่วนตกลงมาบนพื้นและคืบคลานเข้าสู่รั้วบ้าน เดินขึ้นสู่ผนังบ้านด้านนอกจนเต็ม บางส่วนพยายามหมุดบานเกล็ดหน้าต่าง และเดินตามเสื้อผ้าที่เจ้าของบ้านซักตากแดดไว้ เป็นภาพที่เห็นแล้วชวนขนลุกอย่างมาก   ด้านเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเขาน้อย ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าหนอนดังกล่าวเป็นหนอนชนิดใดกันแน่ เพราะที่ผ่านมา ต.เขาน้อย ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้มาก่อน ทั้งนี้เบื้องต้นจะได้ทำการใช้สารเคมีชนิดเข้มข้นซึ่งเป็นน้ำยาพ่นหมอกควันสำหรับฉีดยุงที่ทางเทศบาลมีอยู่ฉีดหนอนดังกล่าวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนไปก่อน ส่วนจะตายหรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ จากนั้นในวันนี้ (11 มิ.ย.) ทางเทศบาลจะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง   จากการตรวจสอบข้อมูลจากแฟนเพจ อุทยานการเรียนรู้สิรินธร มทส. พบว่า หนอนดังกล่าวน่าจะเป็น ผีเสื้อหนอนคูนธรรมดา (The Lemon Emigrant : Catopsilia Pomona) ซึ่งเป็นผีเสื้อขนาดเล็ก ปีกไม่ยาว ปลายปีกไม่มีติ่ง ปีกมีสีเหลืองเป็นหลัก อาจมีลวดลายสีน้ำตาลเข้มหรือสีส้มในประเทศไทย ผีเสื้อหนอนคูนธรรมดา จะมีลวดลายแตกต่างกันถึง 6 แบบด้วยกัน   ส่วนระยะตัวหนอน มีลักษณะลำตัวเป็นปล้องๆ ทรงกระบอก หัวและลำตัวสีเขียวอมเหลือง มีจุดสีดำเล็กๆ บนลำตัว ด้านข้างมีแถบสีขาวและสีดำ พาดตามความยาวของลำตัว จากส่วนหัวถึงส่วนท้ายทั้งสองด้าน ตัวหนอนจะอยู่รวมกันเยอะๆ ชอบกินใบคูน ใบขี้เหล็ก และพบมากในฤดูฝน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q8u7Hn9b9Vs

 1,994
ข่าวภูมิภาค
09 มิ.ย. 62

สลด! กระบะ ชนประสานงาหกล้อ เสียชีวิต 6 เจ็บอีก 3

วันที่ 9 มิ.ย. 62 พ.ต.ท.ปณสิทธิ์ ฤทธิรงค์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายในที่เกิดเหตุ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรีบเดินทางไปที่เดินเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรินทร์ บุญรักษ์ ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ , ทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ , เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน    โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่ตรงบริเวณสี่แยกถนนหนองเสือตัดกับถนนทางหลวงชนบท ปข.1042 หมู่ 5 บ้านหนองเสือ ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พบรถยนต์กระบะ สีบรอนซ์ทอง ถูกชนได้รับความเสียหายจนสภาพรถพังยับเยิน รถยุบมาเกือบครึ่งคัน    ตรวจสอบพบภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และยังพบผู้เสียชีวิตอีกหลายราย เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รวม 6 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิงอีก 5 ราย ได้แก่ 1.นางละม้าย จันทร์อยู่ อายุ 32 ปี 2.นางวันเพ็ญ ภูลายเรียบ อายุ 62 ปี 3.นางอาบ แสงไทย อายุ 47 ปี 4.นางถนอม แสงไทย อายุ 47 ปี 5.นายกฤษกร ฉายประดิษฐ์ อายุ 16 ปี  และ 6. ด.ญ.บุญญาพร ฉายประดิษฐ์ อายุ 7 ปี    นอกจากนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ น.ส.กรกาญจน์ บุญประเสริฐ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล    ทั้งนี้ ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบรถบรรทุกหกล้อ สภาพพลิกตะแคงอยู่ร่องกลาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าวอีก 2 ราย คือ นายอาคม จิตร์กลาง และ น.ส.รัตนา สุทธา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถกระบะพร้อมผู้โดยสารซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน เดินทางจากบ้านพักที่ อ.หัวหิน เพื่อมาท่องเที่ยวที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์    ขณะกำลังเดินทางกลับ อ.หัวหิน ได้ใช้เส้นทางผ่านถนนทางหลวงชนบท ปข.1042 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยก ปรากฎว่ามีรถบรรทุกหกล้อวิ่งมาตามถนนหนองเสือมุ่งหน้าถนนเพชรเกษม คาดว่าทั้ง 2 ฝ่ายอาจจะขับมาด้วยความเร็ว เนื่องจากสภาพผิวการจราจรเพิ่งปรับปรุงใหม่ ทำให้ไม่สามารถชะลอรถหยุดได้ทัน   เมื่อถึงสี่แยกดังกล่าว จนเกิดประสานงาชนกันอย่างแรง เป็นเหตุให้ผู้มีเสียชีวิตจำนวนมากและบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป  

 2,565
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 62

หนุ่มเปิดใจ นาทีวิ่งหนีช้างป่า ก่อนถูกกระทืบ ต้องแกล้งตายถึงรอดมาได้

ประจวบคีรีขันธ์-จากกรณีช้างป่าทำร้ายนายวรรณชัย นนท์วิชา คนงานเฝ้าสวนจนได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นพบว่า อวัยวะภายใน ตับฉีก ประมาณ 4 ซ.ม. กระดูกหลังร้าว หายใจติดขัดต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลา หลังจากนี้ต้องนอนรอดูอาการว่ายังมีเลือดออกในช่องท้องอีกหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเข้าทำการผ่าตัดต่อไป   โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เล่าถึงวินาทีชีวิตว่า  ตนเองเพิ่งกลับจากทำงานต่างประเทศ มาอยู่บ้านที่กุยบุรี โดยทำงานรับจ้างเฝ้าสวนยางพาราได้ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา พบช้างป่าออกมาหากินเกือบทุกวัน ชาวบ้านจะต้องช่วยกันไล่ให้กลับเข้าป่าไป เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุตนได้เข้าไปที่สวนยางพาราเพื่อไปซ่อมลวดไฟฟ้าที่ขาดเสียหาย ให้สามารถใช้งานได้เพื่อหวังจะป้องกันช้างป่า   ปรากฏว่าขณะกำลังซ่อมลวดอยู่นั้น ตนได้หันหน้ากลับมาด้านหลังเมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างเดินเข้ามา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นช้างป่าตัวใหญ่ คาดว่าจะเป็นช้างสีดอเดินเข้ามาเกือบประชิดตัว ด้วยความตกใจจึงหันหลังวิ่งหนีแต่ไปไม่ทันถูกช้างป่าพุ่งเข้าชนจนร่างกระเด็นเข้ากอไผ่ ถูกหนามเกี่ยวที่หน้าผากและมีบาดแผลตามร่างกาย จากนั้นช้างได้เหยียบขาตนไว้แล้วกระทืบซ้ำแต่ไม่ได้ลงน้ำหนักมากหนัก ตนทำได้เพียงแกล้งตายนอนนิ่ง ทำให้ช้างคิดว่าไม่ต่อสู้แล้วจึงเดินหนีกลับเข้าป่าไป   นอกจากบาดแผลที่ศรีษะแล้ว มีกระดูกสันหลังแตก และตับฉีกประมาณ 4 เซนติเมตร โชคดีเลือดในช่องท้องหยุดไหลแล้ว และขาไม่ได้หัก ทั้งนี้เหตุที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความตกใจของช้างป่า ที่ตนวิ่งหนี หากรักษาตัวจนหายดีแล้วก็จะกลับไปทำงานเฝ้าสวนยางพาราต่อไป เพราะมองว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุและเป็นพื้นที่รอยต่อกับป่าที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ตามปกติ   ด้านนายทัศเนศวร์ เพ็ชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า ตนเองได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่อุทยาน หลังจากเกิดเหตุว่า คนเจ็บได้เข้าไปตรวจสอบแนวรั้วตามลำพังคนเดียว และตรงจุดที่เกิดเหตุ เป็นแนวป่าทึบ และได้ไปเจอช้าง ต่างคนก็ต่างตกใจ เมื่อคนเจ็บวิ่งหนีช้างก็วิ่งไล่ตามทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยในเรื่องดังกล่าว ทางอุทยานได้มีแนวทางป้องกันแก้ไขมาโดยตลอด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k0jRIP9X7gw

 1,614
ข่าวภูมิภาค
22 พ.ค. 62

หนุ่มเฝ้าไร่ถูกช้างป่ากุยบุรีไล่กระทืบเจ็บ เผยรอดมาได้เพราะแกล้งตาย

ประจวบคีรีขันธ์-ตำรวจ สภ.ยางชุม รับแจ้งว่ามีชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายได้รับบาดเจ็บ มารักษาตัวที่โรงพยาบาลกุยบุรี อ.กุยบุรี   ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายวรรณชัย นนท์วิชา อายุ 31 ปี มีบาดแผลที่หน้าผากยาวประมาณ 7 เซนติเมตร รอยฟกช้ำที่ท้องและหลัง ทางแพทย์ได้ส่งตัวเข้าทำการเอ็กซเรย์ ไม่พบว่ามีกระดูกหักแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้แพทย์ยังตรวจพบว่า มีเลือดออกในช่องท้อง จึงได้ส่งตัวไปตรวจรักษาต่อที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์   นายวรรณชัยเล่าว่า ได้ออกจากบ้านไปยังสวนยางของนายจ้างบริเวณหุบตาแป๊ะ บ้านรวมไทย ม.7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เมื่อไปถึงสวนยางที่บริเวณรอยต่อกับป่า ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี พบว่ามีลวดที่ใช้ขึงปล่อยกระแสไฟแรงต่ำ เพื่อป้องกันช้างป่าเกิดขาด จึงได้ลงมือซ่อมแซม จู่ๆก็มีช้างตัวหนึ่งวิ่งชาร์จเข้าหาและชนร่างจนกระเด็นติดกอไผ่ จากนั้นก็เหยียบซ้ำบริเวณหลัง และตนได้แกล้งตายนอนนิ่งๆ ทำให้ช้างตัวดังกล่าวผละออกไป จึงได้รอดชีวิตมาได้   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ช้างป่าที่กุยบุรี เริ่มมีช้างออกทำลายพืชไร่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ช้างเริ่มออกหากินในพื้นที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีช้างไปรบกวนก็เริ่มมีช้างป่าลงมาหากิน จนปัจจุบันพื้นที่ความเสียหายเพิ่มเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมจากทางภาครัฐ โดยชาวบ้านที่ทำการเกษตรในหมู่บ้านนี้ต้องอาศัยพึ่งพาตนเองและเพื่อนข้างๆไร่ ช่วยเป็นหูเป็นตาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเฝ้าสวน ชีวิตของเกษตรส่วนหนึ่งต้องเสียเวลาไปกับการเฝ้าไร่ป้องกันช้างป่าดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cTdhqxr85mE

 2,496
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ค. 62

ลูกสาวเล่านาทีบ้านถล่มทับ 5 ชีวิต พ่อดับคาที่ หลังสร้างมา 13 ปี ยังต้องผ่อนต่ออีก 5 แสน

ประจวบคีรีขันธ์-เกิดเหตุบ้านบ้านตึก 2 ชั้นริมถนนเพชรเกษม ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถล่มทับ 5 พ่อ แม่ ลูก ที่กำลังเตรียมรับประทานข้าวเย็น ทำให้พ่อเสียชีวิต ส่วนคนอื่นๆ เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยออกมาได้ และได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ กำลังตรวจสอบโครงสร้างบ้านว่า ถูกต้องตามแบบแปลนที่ขออนุญาตหรือไม่ ด้าน น.ส.ธัญญกาญจน์ ธัญเลิศพัฒนกิจ อายุ 31 ปี ลูกสาวคนโต เล่าว่าเหตุเกิดขณะคนในบ้านรับประทานอาหารเย็น จากนั้นได้ยินเสียงดังคล้ายว่าฟ้าร้องฟ้าฝ่าเสียงดังมาก แต่ไม่ไม่มีฝนตก ก่อนที่บ้านทั้งหลังก็พังถล่มลงมาทับทุกคนในบ้าน โดยพ่อได้แน่นิ่งหมดสติไป   จากนั้น ตนได้พยายามจะเรียกแม่ และน้องๆอีก 2คน เพราะรู้ตำแหน่งว่าอยู่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่มองไม่เห็นตัว ด้วยบ้านที่พังลงมาปิดบังไว้ทั้งหมด ช่วงที่เกิดเหตุใหม่ๆได้ร้องบอกแม่กับน้องให้หาโทรศัพท์ แล้วโทรขอความช่วยเหลือจาก จนท.โดยตอนนั้รพยายามควบคุมสติ ขยับตัวให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้มีอากาศไว้หายใจได้นานที่สุด กระทั่งทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือตนได้สำเร็จเป็นคนสุดท้าย   ทั้งนี้บ้านหลังนี้ยังไม่หมดภาระหนี้ต้องผ่อนต่ออีกกว่า 5 แสนบาท และเมื่อวานก่อนเกิดเหตุเพิ่งจะโอนเงินค่างวดบ้านไปเมื่อเวลา 16.00 น.   ส่วนสาเหตุบ้านถล่ม เจ้าหน้าที่สำนักงานโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดประจวบฯ กำลังตรวจสอบโครงสร้างของบ้าน เพื่อเปรียบเทียบกับแปลน ที่ขออนุญาตก่อสร้าง ว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ โดยเฉพาะเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้าง ก็เป็นตัวแปรสำคัญ ที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ พร้อมตรวจสอบสภาพแวดล้อม บริเวณใต้ดินว่ามีน้ำไหลผ่านหรือไม่ รวมถึงบ้านที่อยู่ใกล้กับถนน อาจได้รับการกระเทือนตลอดเวลา ซึ่งบ้านหลังนี้ปลูกสร้างมากว่า 13 ปี  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q2luIqtPMSA

 13,162

Top