ร่วมทดสอบเวอร์ชั่นใหม่

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

เผยโพสต์-แชทสุดท้าย ด.ญ.วัย 13 ก่อนกระโดดตึก แม่ร่ำไห้ปานขาดใจรับศพ ยัน ลูกไม่ได้ท้อง ด้านหนุ่มวัย 24 ปัด มอมยาลวงไปที่ห้อง

17 พ.ย. 62 31,888

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.วัย 13 นักเรียนชั้น ม.2 กระโดดตึกลงมาเสียชีวิต ย่านรามคำแหง ซึ่งแม่พยายามที่จะวิ่งเข้าไปห้ามลูกสาว แต่ก็ไม่ทัน จนเกิดเหตุสลด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
ความคืบหน้าวานนี้ แม่และพี่สาวของน้องพิ้งกี้ ด.ญ.วัย 13 เดินทางมายื่นคำร้องขอศพน้องพิ้งกี้ ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า แม่ร้องไห้กอดศพลูกปานจะขาดใจ  ยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 
 
จากนั้นได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่สุเหร่าคลองตัน และนำไปทำพิธีฝังที่กุโบร์ มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ล อิสลาม บ้านสามอิน มีบรรดาเพื่อนๆ ของน้องพิงกี้และแฟนหนุ่มเข้าร่วมไว้อาลัย  โดยนายเต้ยแฟนหนุ่มก็ร้องไห้จนล้มฟุบลงไป และตัดพ้อที่ช่วยน้องไม่ได้ ส่วนแม่และพี่สาวยืนร้องไห้จะขาดใจและแม่ก็ร้องเรียกชื่อร้องพิงกี้ตลอด และพยายามจะวิ่งเข้าไปหาศพตอนช่วงทำพิธีจนญาติๆ ต้องคอยปลอบและดูแลใกล้ชิด 
 
เมื่อเสร็จพิธี แม่ของน้องพิงกี้ก็เปิดใจกับทีมข่าวว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ คอยถามตัวเองตลอดว่าคือเรื่องจริงหรือแค่ฝัน และขอแก้ข่าวเรื่องน้องตั้งท้องไม่เป็นความจริง ข้อมูลที่น้องและเพื่อนบอกเข้าใจผิด  
 
แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากความเครียดของน้อง คือตั้งแต่น้องพิ้งกี้เข้าสู่วัยรุ่นก็ติดเพื่อนมาก ทั้งเพื่อนทางโซเชียลฯ และเพื่อนที่คบอยู่ จนกระทั่งไปนัดพบกับชายหนุ่มรายหนึ่งจากเฟซบุ๊ก และถูกจับตัวไปขังที่บ้านเช่าย่านพัฒนาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม่และตำรวจก็เข้าไปช่วย และนำไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ จากนั้นน้องก็ติดเพื่อนมาก อยากจะออกจากบ้านทุกวัน แม่ต้องคอยดุ และห้ามตลอดเวลา บางครั้งต้องล็อคกุญแจห้องจากข้างใน เพื่อไม่ให้ลูกหนีออกไป พอลูกถูกห้ามมากๆ ก็เครียดกดดัน 
 
กระทั่งวันเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืนน้องกลับเข้าบ้าน พร้อมกับร้องไห้ฟูมฟายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตนพยายามปลอบใจ ให้ลูกอาบน้ำและกินยาที่โรงพยาบาลจ่ายมาก่อนหน้านี้  ซึ่งหลังจากน้องกินยาน้องพยายามจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง โดยบอกกับตนว่าจะออกไปหาเพื่อน แต่ตนไม่ยอมน้องยิ่งร้องไห้หนัก ก่อนวิ่งออกจากห้องขึ้นบันไดชั้นดาดฟ้า จังหวะนั้นแม่พยายามวิ่งตามขึ้นไปแต่ความดันขึ้นต้องเดินลงมานอนพักในห้อง เมื่ออาการดีขึ้นจึงขึ้นตามไป เห็นน้องนั่งที่ขอบระเบียงแม่พยายามจะคว้าร่างลูกไว้ แต่ไม่ทันลูกร่วงลงไปต่อหน้าต่อตา  
 
เรื่องที่เกิดทั้งหมดเป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่นและการคบเพื่อนและการติดโซเชียลที่ทำให้ลูกเปลี่ยนไปมาก และไม่แน่ใจว่าลูกอาจจะไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ตนในฐานะแม่อยากสะท้อนให้สังคมเห็นการกระทำของวัยรุ่น ให้พ่อแม่ที่มีลูกเข้าสู่วัยรุ่น ต้องคอยดูแลใกล้ชิด และคอยดูแลเรื่องการคบเพื่อนของลูก เพราะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปทันที จากเดิมน้องพิ้งกี้ไม่เคยเป็นแบบนี้ 
 
อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการเปิดเผยแชทของน้องพิ้งกี้ ซึ่งเป็นแชทสุดท้ายที่คุยกับเพื่อน โดยน้องพิงกี้ได้ส่งภาพที่ตัวเองนั่่งอยู่ขอบระเบียงให้เพื่อนดู อีกทั้งน้องพิฝกี้ยังโพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า "ไปแล้วนะ" , "ไม่มีกูคงดี"
 
ด้านน้องเก๋  (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทน้องพิ้งกี้ เล่าว่า ตกใจที่เพื่อนคิดสั้น ทุกครั้งเวลามีปัญหาอะไร พิ้งกี้จะปรึกษาตนตลอด ช่วงหนึ่งที่เครียดจัด เคยพากันไปเล่นที่ดาดฟ้าแล้วบอกว่า มากระโดดกันมั้ย ตนจึงเตือนเพื่อนไปว่าอย่าทำแบบนี้อย่าคิดสั้น ซึ่งตกใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น
 
สำหรับเหตุการณ์ชายฉกรรจ์ล่วงละเมิดทางเพศน้องพิงกี้ อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้องตัดสินใจฆ่าตัวตายนั้น เรื่องนี้ ร.ต.ท.หญิง มุกนภา เอมรื่น รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน กล่าวว่า วันเกิดเหตุวันลอยกระทง เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมม ตำรวจ สน.คลองตัน ได้ลงพื้นที่ติดตาม จนทราบว่าน้องพิงกี้ถูกอยู่ที่ห้องพักในซอยพัฒนาการ 36
 
พบน้องพิ้งกี้อยู่กับผู้ชายอีก 2 คน ตำรวจจึงควบคุมตัว นายบอย อายุ 24 ปี และเพื่อนชายอีกรายมาสอบสวน โดยนายบอยสารภาพว่า รับน้องพิ้งกี้มาจริง จากนั้นได้พามาที่ห้องพักดังกล่าว ก่อนเพื่อนร่วมห้องของนายบอยจะกลับจากเลิกงานมาพบทั้งคู่อยู่ด้วยกัน กระทั่งตำรวจมาจับกุม
 
ด้านนายบอย ให้การว่า รู้จักกับน้องพิงกี้ทางเฟซบุ๊ก และนัดเจอกันโดยไม่ได้มีการมอมยา น้องพิงกี้มากับตนเอง ตนบอกให้น้องพิงกี้กลับบ้านแล้ว แต่น้องไม่ยอมกลับ เบื้องต้นแจ้งข้อหานายบอย ฐานครอบครองเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวฝากขังศาลพระโขนง ส่วนประเด็นล่วงละเมิดนั้น ต้องรอผลตรวจร่างกายของน้องพิงกี้จากโรงพยาบาล
 
 
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/XzV8dlAvNWk
 

Top