ร่วมทดสอบเวอร์ชั่นใหม่

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

'เฮียหมา' โวยฝากเงินไม่ปลอดภัย สมุดบัญชีถูกยกเลิก เงินหายกว่า 5 ล้าน

14 พ.ย. 62 30,654

สมุทรปราการ-ตำรวจ สภ.บางปู ได้รับแจ้งจากนายเอกพัฒ อธิธนัทกุล อายุ 61 ปี หรือเฮียหมา เจ้าของร้านนายหมา ทะเลมีชีวิต ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนตำหรุ-คลองเก้า ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้นำเอกสารสมุดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังจากเงินที่ฝากไว้กับธนาคารดังกล่าวกว่า 5 ล้านบาท ได้หายออกจากบัญชีไป แถมสมุดบัญชียังถูกยกเลิกโดยที่ตนเองไม่ทราบ จนไม่สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้

 

นายเอกพัฒ ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 61 ตนได้นำเงินจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ไปฝากไว้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขานิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึ่งพนักงานธนาคารได้แนะนำให้ตนฝากเป็นประเภท 12 เดือน เพื่อที่จะได้ดอกเบี้ยมากว่าฝากแบบออมทรัพย์ธรรมดา ซึ่งตนคิดว่าบัญชีนี้ตนจะเก็บเอาไว้เป็นบัญชีเก็บเงินและไม่ได้เบิกออกมาใช้จ่ายอยู่แล้ว จึงได้ตอบตกลงและได้มีเงินจำนวนดังกล่าวเข้าไว้ในบัญชีตามขั้นตอนตามปกติ

 

หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีดังกล่าวอีกเลย กระทั่งเมื่อวานนี้ (13 พ.ย.) ตนได้นำสมุดบัญชี 12 เดือนเล่มดังกล่าว ไปปรับสมุดเพื่อที่จะดูอัตราดอกเบี้ย ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาโรบินสัน สมุทรปราการ เนื่องจากเวลาผ่านไปเกือบ 1 ปีแล้ว แต่กลับพบว่าสุดบัญชีเล่มดังกล่าว กลับไม่สามารถปรับยอดได้ ตนจึงได้ลองนำสมุดบัญชีอื่นซึ่งเป็นบัญชีเงินเงินค้ำประกันธุรกิจ ซึ่งเปิดไว้ธนาคารเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถปรับสมุดได้เช่นกัน

 

ตนจึงได้เข้าไปสอบถามพนักงานธนาคาร และพนักงานได้อธิบายว่าสมุดบัญชีทั้ง 2 เล่มถูกยกเลิกการใช้แล้ว โดยให้ตนไปติดต่อสาขาที่เปิดบัญชีไว้ ตนจึงเดินทางไปที่ธนาคารสาขาที่ตนเปิดบัญชีไว้ ทางพนักงานธนาคารจึงได้ทำการตรวจสอบ และพบว่าเงินจำนวน 5 ล้านบาท ที่ฝากในบัญชีประเภท 12 เดือนนั้น ได้ถูกย้ายออกไปใส่ไว้ในบัญชีที่ค้ำประกันธุรกิจ ที่มีเงินในบัญชีกว่า 1 แสนบาท ซึ่งเป็นบัญชีที่ถูกยกเลิกเช่นกัน

 

เมื่อตรวจสอบสุดบัญชีอีกเล่มหนึ่งที่ถูกย้ายเงินจำนวน 5 ล้านบาท ไปอยู่ในบัญชีดังกล่าวตามที่พนักงานธนาคารได้แจ้งมา พบว่าได้มีการทำสมุดบัญชีใหม่ขึ้นมา และมีการเซ็นถอนเงินออกจากบัญชี 12 เดือน ไปกว่า 2.5 ล้านบาท และลายมือที่เซ็นเบิกก็ไม่ใช่ลายเซ็นของตน ทำให้เกิดความไม่สบายใจเพราะเงินอยู่ในธนาคาร ก็ยังไม่ปลอดภัย และก็ไม่ทราบว่ายังมีเงินเหลือในบัญชีทั้งสองอีกเท่าไหร่ หรืออาจจะหายไปหมดแล้ว จึงได้เดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ

 

อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมผู้ที่จงใจโยกย้ายเงินของตน ถึงรู้ว่าตนมีบัญชีเงินฝากของธนาคารนี้ ในสาขาเดียวกันบัญชีอื่นอีก และเลือกใช้บัญชี 12 เดือน และบัญชีค้ำประกันธุรกิจ ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ตนก็ไม่อยากโทษเจ้าหน้าที่ธนาคาร จึงเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ทางธนาคารออกมาชี้แจงและรับผิดชอบกับเงินของตนเองที่หายไป

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน และจะเชิญทางผู้บริหารของธนาคารสาขาดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fARpgMwRO5I

ชมมากสุดวันนี้...

Top