ค้นหา :

กำลังโหลดวิดีโอ

กรุณารอสักครู่

ประมวลภาพการซ้อม และข้อมูลริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9

วันที่ 27 ตุลาคม 2560 | 5 นาที 7 วินาที 30,920

ก่อนถึงวันสำคัญ วันแห่งความโศกเศร้าอาดูรของคนไทย ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งจะมีริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เชิญพระโกศไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง และเชิญพระบรมอัฐิ มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ตลอดจนเชิญพระพระบรมราชสรีรางคารมาประดิษฐานที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหารนั้น

 

ตลอดช่วงเวลาการซ้อมขบวนดังกล่าว ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ออนไลน์ได้มีโอกาสเก็บภาพประวัติศาสตร์แห่งการซ้อมเหล่านี้ และเราขอประมวลมาให้ชมอีกครั้ง ก่อนที่เราจะร่วมน้อมรำลึกถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยไปด้วยกันในวันพรุ่งนี้

 

การจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการจัดริ้วขบวนประกอบพระบรมราชอิสริยยศอย่างสมพระเกียรติ 6 ริ้วขบวน ตามแบบโบราณราชประเพณี ตามคติที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเปรียบเสมือนสมมติเทพ ที่เสด็จลงมาทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองและไพร่ฟ้าประชาชนให้เจริญรุ่งเรือง เมื่อเสด็จสวรรคต เท่ากับว่าพระองค์ได้เสด็จกลับสู่สวรรคาลัย จึงมีการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอย่างสมพระเกียรติ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัย

 

 สำหรับทั้ง 6 ริ้วขบวนดังกล่าว ประกอบด้วย

 

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยพระยานมาศสามลำคาน ไปประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งพระราชยานองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพื่อใช้อัญเชิญพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเป็นครั้งแรก

 

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 อัญเชิญพระโกศพระบรมศพ โดยพระมหาพิชัยราชรถ จากหน้าวัดพระเชตุพนวิมนมังคลาราม ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพระราชพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งพระมหาพิชัยราชรถมีลักษณะเป็นราชรถทรงบุษบก ทำด้วยไม้แกะสลัก ลงรักปิดทอง ประดับด้วยกระจก สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ใช้เพื่อการอัญเชิญพระโกศพระอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกพระเมรุ เมื่อพุทธศักราช 2339 เป็นครั้งแรก

 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 เชิญพระโกศพระบรมศพ โดยราชรถปืนใหญ่สู่พระเมรุมาศ และแห่อุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ 3 รอบ แล้วเชิญพระโกศพระบรมศพ ประดิษฐานบนพระเมรุมาศ ราชรถปืนใหญ่นี้เป็นราชรถอัญเชิญพระโกศพระบรมศพ พระศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ ที่ทรงรับราชการทหารเมื่อครั้งดำรงพระชนม์ชีพ แทนพระยานมาศสามลำคานตามธรรมเนียมเดิม

 

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย อัญเชิญจากออกจากพระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง โดยแยกเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเชิญไปพักไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิอัญเชิญเข้าสู่พระบรมมหาราชวังทางประตูพิมานไชยศรี เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้าทอง

 

ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน จากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมานบนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

 

ทั้งนี้ พระที่นั่งราเชนทรยานที่ใช้ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5 มีลักษณะเป็นทรงบุษบกย่อมุมไม้สิบสอง หลังคาซ้อน 5 ชั้น สร้างด้วยไม้ แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก พนักพิงและกระจังปฏิญาณแกะสลักเป็นภาพเทพพนมไว้ตรงกลาง และมีรูปครุฑยุดนาคประดับที่ฐาน มีคานสำหรับหาม 4 คาน ใช้คนหาม 56 คน แต่เวลาปกติจะคงคานประจำไว้ 2 คาน ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนแห่อย่างใหญ่ที่เรียกว่า “ขบวนสี่สาย”

 

และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 6 ซึ่งเป็นริ้วขบวนสุดท้าย เป็นขบวนกองทหารม้าที่อัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามและวัดบวรนิเวศวิหาร

 

ริ้วขบวนเหล่านี้พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ทั้งเครื่องสูง พระกลด บังสูรย์ พัดโบก บังแทรก พุ่มเงิน พุ่มทอง จามร พระอภิรุมชุมสาย รวมถึงเครื่องประโคม เช่น แตรสังข์ กลองชนะ พร้อมมีโขลนพลโยธาแห่นำตามแซงเสด็จทั้งคู่แห่ คู่เคียงอีกเป็นจำนวนมาก

 

ในแต่ละริ้วขบวนจะมีพลฉุดชักเพื่อขับเคลื่อนขบวนอย่างมีระเบียบพร้อมเพรียงและสวยงาม ตามจังหวะที่กำหนด จึงจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อมริ้วขบวนเพื่อให้เกิดความพร้อมเพียง ซึ่งกองทัพบกได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดหากำลังพล และการฝึกซ้อม โดยคัดเลือกกำลังจากกลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และพลทหารกองประจำการ จากกองทัพบก  มาเป็นกำลังพลในการฉุดชักและขับเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศต่างๆ  โดยเฉพาะพลฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถและราชรถพระนำประกอบริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งเป็นริ้วขบวนที่ต้องรับและส่งพระโกศพระบรมศพ จากริ้วขบวนที่ 1 มาสู่ริ้วขบวนที่ 2 แล้วส่งต่อให้กับริ้วขบวนที่ 3 จึงมีการฝึกซ้อมกำลังพลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ใช้กำลังพลทั้งสิ้น 441 นาย และมีจังหวะท่วงท่าการฝึก 7 ท่า ได้แก่ ท่าเบื้องต้น ท่าหยิบเชือก ท่าวางเชือก ท่าถวายบังคม ท่าเดินตามปกติ ท่าหยุดจากการเดิน และท่าเดินประกอบเพลงพญาโศก

 

ในการฝึกซ้อมทุกครั้ง กำลังพลและผู้ควบคุมการซ้อมต่างมุ่งมั่นและตั้งใจ ด้วยทุกคนมีจิตใจแน่วแน่เป็นหนึ่งเดียวที่จะร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของชาวไทย ที่แม้จะถึงวาระเสด็จกลับสู่สวรรคาลัย แต่พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงสถิตฟ้า สถิตใจ ไทยนิรันดร์

Recommend

ข่าวที่คุณอาจสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องเด่นวันนี้

ข่าวในพระราชสำนักที่มีผู้ชมมากที่สุด

เรื่องเล่าฯสเปเชียล

ดูทั้งหมด

ข่าวสีสัน

ดูทั้งหมด

ชมมากที่สุดวันนี้

ชมมากที่สุดสัปดาห์นี้

ชมมากที่สุดเดือนนี้